ฮอกไกโด HELLO WINTER

โปรแกรมทัวร์ : ฮอกไกโด HELLO WINTER
รหัสโปรแกรม : HOK004 สายการบิน : Airasia
ระยะเวลา : 5 วัน 3 คืน ราคาเริ่มต้น : 31,888 บาท
วันเดินทาง : มกราคม-มีนาคม 2562

รายละเอียด

วันแรก : กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) – สนามบินชิโตเซะ (ฮอกไกโด)  

23.00 น. พร้อมกันที่สนามบินนานาชาติดอนเมือง ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน  AIR ASIA X (XJ)  เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน โดยสายการบิน THAI AIR ASIA X  ใช้เครื่อง AIRBUS A330-300 จำนวน 377 ที่นั่ง จัดที่นั่งแบบ 3-3-3  (น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่าย)

 

วันที่สอง : สนามบินชิโตเซะ (เกาะฮอกไกโด) – เมืองโอตารุ – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – โรงเป่าแก้วคิตาอิชิอาซาฮิคาวะ – อาซาฮิกาว่า – AEON MALL – อาซาฮิกาว่า

02.20น. : ออกเดินทางสู่สนามบินชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด ณ ประเทศญี่ปุ่น เที่ยวบินที่ XJ 620

** บริการอาหารพร้อมเครื่องดื่ม ** (มื้อที่ 1)     

10.50น. : เดินทางถึงสนามบินชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (เวลาประเทศญี่ปุ่นไวกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) สนามบินนิวชิโตเสะ (NEW CHITOSE AIRPORT) หรือ SHIN CHITOSE(ชิน-ชิโตะเสะ) นับเป็นจุดหมายหลักสำหรับคนที่จะมาท่องเที่ยว ฮอกไกโดเกาะเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นท่าอากาศยานนานาชาติซึ่งมีความสำคัญและมีขนาดใหญ่ที่สุดในฮอกไกโดมีการจราจรทางอากาศหนาแน่นสุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ว่ากันว่าเป็นอันดับ 3 รองจาก นาริตะ และ ฮาเนดะ ของโตเกียว อีกทั้งยังมีร้านอาหารสารพัดชาติแหล่งรวมร้านราเมนดังทั่วฮอกไกโด (แบบเดียวกับที่ซัปโปโรและอาซาฮิกาวะ) ร้านขายอาหารทะเลสด แหล่งรวมร้านขนมหวานจากทั่วเกาะฮอกไกโดเลยทีเดียวหลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นแล้ว นำทุกท่านเดินทางสู่ อาซาฮิกาวะ เป็นเมืองเอกของกิ่งจังหวัดคะมิกะวะ ในจังหวัดฮอกไกโด และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาะฮอกไกโด รองจากเมืองซัปโปโร 

กลางวัน :  บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2) 

เมืองโอตารุ (OTARU) เป็นเมืองท่าเรือขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของซัปโปโร มีการอนุรักษ์พื้นที่คลองไว้อย่างสวยงาม และยังมีหมู่บ้านประมงปลาเฮอร์ริ่ง ช่วงต้นของยุคล่าอาณานิคมฮอกไกโด เมืองโอตารุทำหน้าที่เป็นท่าเรือขนส่งสินค้า และท่าประมงที่สำคัญสามารถเดินทางจากซับโปโรได้อย่างสะดวกโดยรถไฟ อาคารต่างๆของเมืองยังคงเป็นโกดังเก่าอดีตอาคารสำนักงานในสมัยนั้นด้วย

คลองโอตารุ (OTARU CANAL AREA) นับได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญถ้าจนกล่าวได้ว่าถ้าไม่มาเหมือนมาไม่ถึงเมืองโอตารูเลยทีเดียว ก่อนที่จะกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างในปัจจุบันนี้จริงๆแล้วก็มีประวัติความเป็นมายาวนาน เพราะในอดีตเป็นท่าเรือที่คึกคักในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 เรือสินค้าขนาดใหญ่จะต้องขนถ่ายสินค้าลงเรือลำเล็กและลำเลียงไปตามคลอง ต่อมาเมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยมาขึ้น ก็สามารถขนส่งสินค้าผ่านเรือลำใหญ่โดยตรง ในช่วงปี ค.ศ.1980 คลองแห่งนี้ได้รับการบูรณะให้สวยงามขึ้นจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกทั้งโกดังริมคลองก็เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และร้านอาหาร และยังเป็นที่จัดเทศกาลแสงไฟริมคลองโอตารุ(OTARU SNOW LIGHT PATH FESTIVAL) ในฤดูหนาวอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี หนึ่งในร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีในญี่ปุ่น โดยตัวอาคารมีความเก่าแก่สวยงาม และถือเป็นอีกหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมือง และเป็นจุดถ่ายภาพความประทับใจที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด ชม โรงเป่าแก้วคิตาอิชิ ตั้งอยู่ในเมืองโอตารุ เมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการเป่าแก้วมายาวนาน โดยในอดีตนั้นจุดประสงค์ของการเป่าแก้วเพื่อใช้เป็นทุ่นให้เรือ แต่ปัจจุบันนี้เป้าหมายของการเป่าแก้วเพื่อใช้เป็นของใช้หรือของที่ระลึกแทน ซึ่งโรงเป่าแก้วคิตาอิชิเป็นโรงงานที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของเมืองโดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี1901 ท่ามกลางโรงเป่าแก้วที่มีอยู่มากมาย และผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโรงงานแห่งนี้ก็คือ โคมไฟแก้วและลูกบอลแก้วนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการสอนและสาธิตวิธีการเป่าแก้วให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

AEON MALL ห้างยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น แหล่งรวมร้านค้าร้านอาหารไว้ในที่เดียวกัน ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารสไตล์ท้องถิ่น หรือเลือกซื้อหาของฝากของที่ระลึกในราคาคนท้องถิ่นได้ภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตด้านในอีกด้วย

**เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาช้อปปิ้งอิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย กรุณานัดหมายจุดนัดพบกับเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็นการสับสัน**

 

 

จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก พักที่ ROUTE INN ASAHIKAWA หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม : สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า  – หมู่บ้านราเมน –ลานสกี ซัปโปโร  – ช้อปปิ้งทานุกิโคจิ   

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

นำท่านชม สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เข้าชมความน่ารักของสัตว์ต่างๆ ถึงปีละ 3 ล้านคนจากทั่วโลก  โดยสวนสัตว์แห่งนี้ได้มีแนวความคิดที่ว่า สัตว์ต่างๆ ควรที่จะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเป็นไปตามธรรมชาติของสัตว์นั้นๆ จึงทำให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของสัตว์แต่ละประเภท ที่ไม่ได้ถูกกักขังในกรงแบบที่ท่านเคยเห็นในสวนสัตว์ทั่วๆ ไป อาทิเช่น หมีขาวจากขั้วโลก  ครอบครัวลิงอุลังอุตัง แสนรู้ รวมถึง นกเพนกวินสายพันธุ์ต่างๆ ที่ออกมาเริงร่า อาบแดดในช่วงเวลา สายๆ บ่ายๆ ของทุกๆวัน ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความน่ารัก อย่างเต็มอิ่ม

(ขบวนพาเหรดนกเพนกวินมีจัดให้ชม 2 รอบต่อวัน และทั้งนี้การเดินของเพนกวินจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน ซึ่งหากท่านไม่สามารถชมขบวนพาเหรดเพนกวิน ท่านยังสามารถเดินชมความน่ารักของสัตว์ชนิดอื่นๆได้อีกมากมาย) 

จากนั้นนำท่านสู่ หมู่บ้านราเมน (RAMEN VILLAGE) หรือหมู่บ้านราเมน” หมู่บ้านชื่อดังของเกาะฮอกไกโด นับย้อนหลังไปตั้งแต่สมัยต้นโชวะซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ถือกำเนิดราเมน ขึ้น ณ เมืองซัปโปโรโดยการผสมผสานบะหมี่หลากหลายชนิดของประเทศจีนเข้าด้วยกัน ราเมนของเมืองอาซาฮิกาว่าได้ถือกำเนิดขึ้น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เสร็จสิ้นลงราเมนที่เกิดขึ้นมานี้จึงเป็นราเมนที่เป็นการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน อาทิเช่น วิธีการคงความร้อนของน้ำซุปให้อยู่ได้นานขึ้นโดยเคลือบผิวน้ำซุปด้วยน้ำมันหมู หรือจะเป็นน้ำซุปซีอิ๊วที่เคี่ยวจากกระดูกหมูและน้ำสต๊อคซีฟู้ด ปลาซาร์ดีนแห้ง หรือ “นิโบะชิ” และเส้นบะหมี่ที่มีส่วนผสมของน้ำน้อยกว่าปกติและด้วยความโด่งดังและมีเอกลักษณ์ของราเมน เมืองอาซาฮิกาว่าแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่น 

กลางวัน : บริการอาหาร ณ หมู่บ้านราเมน (ท่านละ1,000 เยน) (มื้อที่ 4)     

สกีรีสอร์ทซัปโปโร ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับหิมะคุณภาพที่ดีที่สุดบนเกาะฮอกไกโด ที่ซึ่งเหมาะกับนักสกีทุกคนไม่ว่าจะเป็นระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับชำนาญ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้เล่นสกีอย่างแท้จริงอีกทั้ง ยังได้พบกับทัศนียภาพอันงดงามของเมืองโอตารุและทะเลญี่ปุ่นอย่างสุดลูกหูลูกตาอีกด้วยสำหรับผู้ที่ไม่เล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด ยังมีสโนว์พาร์คที่พวกเขาสามารถเพลิดเพลินไปกับการเล่นบนห่วงยางในบริเวณที่ปลอดภัย นอกจากนี้คุณยังสามารถมาลานสกีตัวเปล่าเพราะเรามีบริการเช่าชุดและอุปกรณ์สกีให้อีกด้วยโดยไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าอีกด้วย(ไม่รวมค่าเช่าชุดและอุปกรณ์) (คุณภาพของลานสกีขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

ช้อปปิ้ง ย่านทานุกิโคจิ ( TANUKI KOJI ) แหล่งช้อปปิ้งที่อยู่ภายใต้หลังคาคลุมยาวระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ถูกแบ่งเป็น 7 ส่วนหรือ 7 บล็อค สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้ามากมายกว่า 100 ร้าน ทั้งร้านขนม อาหาร ยา เสื้อผ้า รองเท้า ABC Mart หรือแม้แต่ร้าน Don Quijote นอกจากสถานที่แห่งนี้ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี จะเป็นแหล่งชอปปิ้งแล้ว ยังใช้เป็นที่จัดกิจกรรม เทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลทะนุกิ ช่วงฤดูหนาว หรือจะใช้เป็นจุดรวมพลของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น เพื่อนัดไปปาร์ตี้สังสรรค์กันต่อยามดึก 

ดิวตี้ฟรี ( DUTY FREE) อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ทั้ง เสื้อผ้า เครื่องสำอาง น้ำหอม และต่างๆอีกมากมาย ตามอัธยาศัย

เย็น : บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 5) พิเศษกับเมนู บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ปู 3 ชนิด ปูซูไว ปูขน ปูทาราบะ และอาหารทะเลนานาชนิด อาทิเช่น หอยเชลล์ หอยนางรม กุ้งทะเล ซาชิมิสดๆ และซูชิหน้าต่างๆ

จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก  พักที่ SMILE PREMIUM HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ : ซับโปโร – ตลาดปลานิโจ – ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด – สวนโอโดริ & หอนาฬิกา - ศาลเจ้าฮอกไกโด – มิตซุย เอ้าท์เล็ต – เนินแห่งพระพุทธเจ้า – โรงงานช็อกโกแลตอิชิยะ

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)  

ตลาดปลานิโจ ( NIJO FISH MARKET ) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เป็นตลาดปลาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 100 ปี และยังขึ้นชื่อว่าเป็น “ตลาดปลานิโจเป็นตลาดขายวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่ดีที่สุด” อีกด้วยด้านในท่านจะได้เพลิดเพลินกับการเลือกช้อปอาหารทะเลสดๆจากท้องทะเลไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าปลาดิบหรือลิ้มลองรสชาติของปูสดๆ ในราคาย่อมเยาอีกทั้งยังสามารถซื้ออาหารทะเลแปรรูปเป็นของฝากได้จากที่นี่อีกด้วย

ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด เป็นอาคารสีแดงอิฐ สร้างในปี ค.ศ.1888 นับเป็นอาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในไม่กี่อาคารของญี่ปุ่นในสมัยนั้นภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้านหน้ามีสัญลักษณ์ดาวห้าแฉก ธงรูปดาวเจ็ดแฉก อาคารแห่งนี้เคยเป็นที่ทำการรัฐบาลท้องถิ่นสมัยบุกเบิกเกาะฮอกไกโด ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าชมห้องทำงานต่างๆ และหอสมุดเก็บบันทึกทางราชการและจัดแสดงโต๊ะทำงานของท่านนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นอีกด้วย

สวนสาธารณะโอโดริ (大通公園 โอโดริ โคเอ็ง ) เป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองของนครซัปโปโร เมืองเอกของจังหวัดฮกไกโด คำว่า "โอโดริ" ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า "ทางเดินที่กว้าง" สวนสาธารณะโอโดริ มีความยาวถึง 1.5 กิโลเมตร ผ่านอาคารกว่า 12 ช่วงตึก มีพื้นที่รวมทั้งหมด 78,901 ตารางเมตร ในอดีตเมื่อครั้งเริ่มวางผังเมือง มันถูกวางแผนไว้ให้เป็นทางเดินสายใหญ่ใจกลางเมือง ก่อนที่จะกลายเป็นสวนสาธารณะในเวลาต่อมา ในแต่ละปีจะมีงานมากมายมาจัดที่สวนสาธารณะแห่งนี้ อาทิ เทศกาลดอกไลลักซัปโปะโระ, เทศกาลหิมะซัปโปะโระ ปลายสุดของสวนสาธารณะแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของ ซัปโปะโระทีวีทาวเวอร์ และใกล้เคียงยังมีสถานที่ที่น่าสนใจ อาทิ พิพิธภัณฑ์จดหมายเหตุนครซัปโปะโระ ท่านสามารถขึ้นลิฟท์สู่ SAPPORO TV TOWER เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองซัปโปโร โดยมีสวนโอโดริเป็นพระเอกของเมือง (ไม่รวมค่าขึ้นลิฟท์ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 750 เยน) 

ศาลเจ้าฮอกไกโด(HOKKAIDO SHRINE) เป็นศาลเจ้าของศาสนาพุทธนิกายชินโตประจำเกาะฮอกไกโด สร้างขึ้นในปี 1871 ยุคเริ่มพัฒนาเกาะ ได้อัญเชิญเทพมาประทับทั้งหมด 4 องค์ คอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโด มีความสงบสุข จากศาลเจ้ามีพื้นที่เชื่อมต่อกับสวนมารุยามะ ในฤดูใบไม้ผลิเหมาะแก่การชมดอกซากุระบาน (ในฤดูร้อน วันที่ 14-16 มิถุนายนของทุกปี จะจัดเทศกาล Sapporo Festival หรือ Sapporo Matsuri ซึ่งจะแห่ขบวนไปตามถนน ) (ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน บริเวณนี่ถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่งของซัปโปโร) (ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม บริเวณนี่จะเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนสวยงามมากอีกจุดหนึ่ง)

มิสึอิเอ้าท์เลตพาร์ค(MITSUI OUTLET PARK SAPPORO) เป็นห้างสรรพสินค้ารูปแบบ OUTLET MALL ขนาดใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ที่เมือง KITA-HIROSHIMA ชานเมืองทิศตะวันออกซัปโปโร ใกล้เส้นทางที่ไปยังสนามบิน NEW CHITOSE เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2012 ภายในห้างมีร้านค้าแบรนด์ต่างๆกว่า 128 ร้าน รวมถึงร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์อาหารขนาดใหญ่จุ 650 ที่นั่ง และร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าจากฟาร์มท้องถิ่นประจำฮอกไกโด(HOKKAIDO ROKO FARM BRIDGE)

เนินแห่งพระพุทธเจ้า(HILL OF THE BUDDHA) เป็นผลงานการสร้างชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งของทาดาโอะ อันโดะ(Tadao Ando) สถาปนิกชาวญี่ปุ่นเจ้าของรางวัลพริตซ์เกอร์ที่ถือว่าที่สุดรางวัลของสถาปนิก โดยมีลักษณะเป็นเนินเขาล้อมรอบรูปปั้นพระพุทธรูปมีความสูงมากถึง 13.5 เมตรและมีน้ำหนัก 1500 ตัน พื้นที่ที่ล้อมรอบจะมีค่อยๆลาดลง อีกทั้งรายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงามในทุกฤดู

โรงงานช็อคโกแลตอิชิยะ (Shiroi Koibito Park by Ishiya) เป็นโรงงานของบริษัท Ishiya บริษัทช็อกโกแลตของท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของบริษัท คือ คุ้กกี้ Shiroi Koibio ของฝากที่นิยมของฮอกไกโด (คุ้กกี้เนยสอดไส้ช็อกโกแลตขาว) ภายในบริเวณสวนสนุกประกอบด้วย ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์โรงงานช็อกโกแลตพร้อมจำหน่ายช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผู้เข้าชมสามารถสังเกตกระบวนการผลิตคุ้กกี้ หรือเข้าร่วมกิ  จกรรมเวิร์คช้อปทำคุ้กกี้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีสนาม Shiroi Koibito Park สนามฟุตบอลที่เคยเป็นสถานที่แข่งขันฟุตบอลท้องถิ่น J-Leag  ue อีกด้วย

**อิสระรับประทานอาหารกลางวันและเย็นตามอัธยาศัยเพื่อให้ท่านสะดวกในการช้อปปิ้ง กรุณานัดหมายจุดนัดพบกับเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็นการสับสัน**

 

จากนั้นนำท่านเข้าพักที่ SMILE PREMIUM HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า : สนามบินชิโตเสะ – กรุงเทพฯ(สนามบินดอนเมือง)

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

09.00 น. สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

12.05 น. เหินฟ้าสู่ เมืองไทย โดยสายการบินแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ XJ 621

(ใช้เวลาบินประมาณ 7 ชั่วโมง 15 นาที/มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (มื้อที่ 8)     

18.00 น. เดินทางถึงเมืองไทย พร้อมกับความประทับใจ

------------------ ขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ --------------------

หมายเหตุ : รายการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, สายการบิน เป็นต้น  

ทั้งนี้จะยึดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

 

อัตราค่าบริการ : 
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน พักเดี่ยวเพิ่ม ราคาทัวร์ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
2 - 6 กุมภาพันธ์ 2562 ***เทศกาลหิมะ*** 41,888 บาท 9,000 บาท 21,900 บาท
6 - 10 กุมภาพันธ์ 2562 ***เทศกาลหิมะ*** 41,888 บาท 9,000 บาท 21,900 บาท
13 – 17 กุมภาพันธ์ 2562 34,888 บาท 9,000 บาท 19,900 บาท
20 - 24 กุมภาพันธ์ 2562 34,888 บาท 9,000 บาท 19,900 บาท
6 – 10 มีนาคม 2562 31,888 บาท 9,000 บาท 19,900 บาท
13 - 17 มีนาคม 2562 31,888 บาท 9,000 บาท 19,900 บาท
       
       
       
       
       
       
       

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ สายการบินที่ระบุ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กก.
  • ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2-3 ท่าน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
  • ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ
  • ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

 อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3,000 เยน/ทริป/ต่อท่าน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น (เพราะรัฐบาลประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน)  **ถ้ากรณีที่ทางรัฐบาลประกาศให้กลับมาใช้วีซ่า ผู้เดินทางจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่าเพิ่ม ตามประกาศเก็บค่าธรรมที่สถานฑูตญี่ปุ่นแจ้งมาและค่าบริการยื่นสมัคร**

 

การจองทัวร์และการชำระเงิน

  1. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 20,000 บาทต่อท่านเพื่อสำรองที่นั่ง 
  2. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆ
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

 

เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง

1. ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 45 วัน คืนเงินค่าบริการเต็มจำนวน ของค่าบริการที่ชำระแล้ว 

***ในกรณีที่วันเดินทางตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 50 วัน**

2. ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 45 วัน ไม่คืนเงินค่าบริการที่ชำระแล้ว

3. หากทำการจองและชำระค่ามัดจำมาในช่วงเวลาน้อยกว่า 45 วัน ก่อนเดินทาง และเกิดการยกเลิก บริษัทฯ จะไม่ทำการคืนเงินที่ชำระมาแล้ว 

4. หากทำการจองและชำระยอดทั้งหมดในช่วงเวลาน้อยกว่า 45 วัน ก่อนการเดินทาง และเกิดการยกเลิก บริษัทจะยึดมัดจำ และคืนส่วนที่เหลือ 

5. กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ

6. กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องในการเตรียมการจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักฯลฯ

7. การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมด  

8. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

9. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน 

 

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น