ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง-หงสาวดี-พระธาตุอินทร์แขวน

โปรแกรมทัวร์ : ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง-หงสาวดี-พระธาตุอินทร์แขวน
รหัสโปรแกรม : RGN002 สายการบิน : Myanmar Airways
ระยะเวลา : 3 วัน 2คืน ราคาเริ่มต้น : 11,900 บาท
วันเดินทาง : เดือน สิงหาคม-กันยายน 62

รายละเอียด

วันแรก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ย่างกุ้ง – พระนอนตาหวาน – เจดีย์โบตะทาวน์ – เทพทันใจ – ตลาดสก๊อต –พระมหาเจดีย์ชเวดากอง 

 

 08.00  น. : คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ประตูทางเข้าหมายเลข 7 สายการบินเมียนมาร์ แอร์เวย์ (8M) เคาน์เตอร์เช็คอิน (N)  โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยอำนวยความสะดวกแก่ท่าน ในการตรวจเช็คเอกสารสัมภาระและที่นั่งก่อนออกเดินทาง

10.40 น. : ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ 8M 336

**มีอาหารว่างบริการพร้อมเครื่องดื่ม**

11.25 น. : เดินทางถึงสนามบินมิงกาลาดง สนามบินย่างกุ้งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองย่างกุ้ง 15 กิโลเมตร  (เวลาท้องถิ่นที่พม่าช้ากว่าไทยครึ่งชั่วโมง) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองย่างกุ้งโดยรถโค้ชปรับอากาศ 

กลางวัน : บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1) เมนูเป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร

พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี หรือ พระตาหวาน เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวกว่า 70 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2442 และแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2450 โดยเศรษฐีพม่านามว่า “โบตา” และได้รับการบูรณะสร้างใหม่ ขึ้นในปี พ.ศ.2493 เนื่องจากเกิดความเสียหายจากสภาพอากาศ  วัดพระตาหวาน ตั้งอยู่อยู่ในตัวเมืองย่างกุ้ง คนไทยส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ พระนอนตาหวาน เพราะนอกจากดวงตาที่สวยงามแล้ว ยังมีขนตาที่งอนงาม ส่วนลูกนัยน์ตา ทำด้วยแก้วที่สั่งผลิตเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้มองดูแล้วเหมือนมีชีวิตราวกับมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ภายใน ใต้พระบาทที่วางไว้ไม่เสมอกันนั้นมีการวาดลวดลายสวยงามว่าด้วยสิ่งที่เป็นมงคล ประกอบด้วย ธรรมจักร มงคล 108 ประการ ทีแสดงโลกทั้ง 3 คือเครื่องหมาย 59 ประการแสดงถึงอากาศโลก เครื่องหมาย 21 ประการ แสดงถึงสัตว์โลก และเครื่องหมาย 28 ประการ แสดงถึงสังขารโลกและยังมีเครื่องหมายพระเจ้าจักรพรรดิรวมอยู่ในนั้นด้วย

เจดีย์โบตาทาวน์ // เจดีย์โบตาทาวน์ แปลว่า ทหาร 1,000 นาย โดยมีความเชื่อเล่าต่อๆกันมาว่าเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้วพระเจ้าโอกะลาปะกษัตริย์มอญ ได้ให้ทหาร 1,000 นาย ตั้งแถวถวายความเคารพพระเกศาธาตุ (สารีริกธาตุ) ที่อันเชิญมาจากอินเดียโดยนายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้ เพื่อนำไปบรรจุไว้ที่มหาเจดีย์ชเวดากอง และทรงบรรจุเส้นพระเกศาธาตุไว้ 1 เส้น ในเจดีย์นี้ วันเวลาผ่านไป ได้มีการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์ ผลจากความเสียหายในสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งปรากฏว่า ไปพบของมีค่าหลายอย่างภายในเจดีย์ จึงสร้างโครงสร้างใหม่ขึ้นมาในปี พ.ศ.2496 และได้นำพระเกศาธาตุ มาครอบแก้วใสไว้ ใจกลางเจดีย์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สามารถมองเห็นเส้นพระเกศาธาตุได้ ภายในเจดีย์เป็นสีทองอร่ามสวยงาม และมีทางเดินภายในเจดีย์ให้สามารถเดินชมความสวยงามของเจดีย์อีกด้วย 

นัตโบโบยี//เทพทันใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในนัตที่ชาวพม่านับถือมากที่สุดซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบจี)  เพื่อขอสิ่งที่ตนปรารถนา

วิธีสักการะ และขอพร เทพทันใจ

จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการเรื่องของสักการะอยู่ด้านหน้าของวัด ซึ่งจะประกอบไปด้วย มะพร้าว กล้วย ใบแห่งชนะ ผ้าคล้องคอ ร่มฉัตรกระดาษ ดอกไม้ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งที่นิยม นำมาถวายเทพทันใจ  ส่วนวิธีการขอพร นิยมนำ ธนบัตร 2ใบ ม้วนเป็นกรวย ซ้อนกัน 2 ใบ นำไปเสียบไว้ในมือของเทพทันใจข้างที่ชี้ตรงมา โดยเอาหน้าผากแตะไปที่นิ้วชี้มือที่เทพทันใจชี้มาพร้อมอธิษฐาน ตามสิ่งที่ตนเองปรารถนา เมื่อเสร็จแล้วจึงดึงนำธนบัตรออกมา 1 ใบ เพื่อความเป็นสิริมงคล 

 (วิธีการอธิษฐานให้ได้ผลดี ให้ท่านขอเพียงข้อเดียวที่ท่านอยากจะได้มากที่สุด) 

เทพกระซิบ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเจดีย์โบตาทาวน์ เป็น 1 ใน นัตหรือผีหลวง 37 ตนที่ชาวพม่าเคารพนับถือมาก มีตำนานเล่าว่านางเป็นธิดาของพญานาคที่เกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ หลังจากนางสิ้นชีพในปี ค.ศ. 1957 จึงได้กลายมาเป็นนัตหรือเทะที่ชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมาเนิ่นนาน 

เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง ณ ตลาดสก๊อต หรือเรียกอีกอย่างว่าตลาดโบยกอองซาน เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในพม่าเป็นศูนย์รวมของฝากทุกชนิด อาทิเช่น เสื้อผ้า ของที่ระลึกต่างๆ เครื่องเงิน, อัญมณี , ไม้แกะสลักพระพุทธรูป เทวรูปที่ทำด้วยไม้จันทน์, เครื่องแกะสลัก, เครื่องลงรักปิดทองต่างๆ, ถ้วยชามกังไสจีนโบราณ, โคมไฟแก้ว และแจกันเจียระไนโบราณ, นาฬิกาข้อมือเก่า, ผ้าไหมลายต่างๆ  (**ช่วงเทศกาลสงกรานต์ตลากสก๊อตปิดนะคะ**)

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) เป็นเจดีย์ทองคำสีทองเหลืองอร่าม อยู่บนเนินเขาเสนคุตตระ (Singuttara Hill) นานเกือบ 2,500 ปี มีตำนานเล่าว่า เจดีย์ชเวดากองเกิดขึ้นตั้งแต่พุทธกาล เมื่อสองพี่น้องตะปุสสะและภัลลิกะ เดินทางไปค้าขายที่อินเดียและเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจนปวารณาตนเป็นอุบาสกคู่แรกในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าจึงประทานเส้นพระเกศาให้ 8 เส้น ทั้งสองจึงนำกลับมาประดิษฐานที่เมืองย่างกุ้งหรือเมืองอสิตันชนะ โอกาละในอดีต และบรรจุในเจดีย์สูงเพียง 9 เมตรที่ทำจาก ทอง เงิน ดีบุก ทองแดงตะกั่ว หินอ่อน และเหล็ก ต่อมาพระเจ้าแผ่นดินเมืองมอญและพม่าหลายองค์ได้เสด็จมาบูรณะและก่อเจดีย์ใหม่ครอบเจดีย์ถึง 7 ครั้ง เช่น พระนางชินซอว์บู (Queen Shin Sawbu) แห่งหงสาวดี ได้ถวายทองคำแท้เท่าน้ำหนักพระองค์ตีเป็นแผ่นทองหุ้มองค์พระธาตุไว้ ส่วนพระเจ้าธรรมเจดีย์ (Dhammazedi) ราชบุตรเขยของพระองค์ ส่วนในพระเจ้ามินดงแห่งมัณฑะเลย์ก็ทรงบูรณะยอดฉัตรใหม่แทนยอดฉัตรเก่าที่หักลงมาเพราะเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ปัจจุบันเจดีย์ชเวดากองมีความสูงถึง 122 เมตร ว่ากันว่า บนยอดฉัตรนั้นประกอบไปด้วยเพชรนิลจินดาและอัญมณีที่มีค่ามหาศาลสามารถมองเห็นแวววาวได้อย่างชัดเจนในยามค่ำคืน

********************************************************************************

การเที่ยวชมเจดีย์ชเวดากองนั้นสามารถมาได้ทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน โดยรอบฐานเจดีย์มีบันไดและประตูให้เลือกเดินขึ้นลงได้ 4 ทิศคือ เหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก แต่ละทิศมีหลังคากันแดดกันฝนอย่างดี เจดีย์ชเวดากองยามกลางวันว่าสวยแล้ว ยามแสงกลางคืนนั้นอร่ามงามยิ่งกว่า สมกับน้ำหนักทองคำที่ห่อหุ้มองค์เจดีย์อยู่ 1,100 กิโลกรัม และเป็นที่มาของความหมายชเวดากองที่แปลว่า ทองแห่งเมืองดากอง

สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง

คือ ลานอธิฐาน ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารนิทรรศการ ทางทิศเหนือขององค์เจดีย์เป็นลานกว้างที่กษัตริย์ทุกพระองค์ของพม่าต้องมาขอพร ปัจจุบันเป็นจุดที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองโดยคุกเข่าหันหน้าเข้าหาองค์เจดีย์ สวดมนต์ตั้งใจอธิฐานเพื่อขอให้ได้ในสิ่งที่ปรารถนา 

นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศ รวม 8 องค์  ท่านสามารถสรงน้ำพระประจำวันเกิดของตัวเองได้ตามจุด โดยแต่ละจุดจะมีป้ายแสดงวันเกิดเป็นภาษอังกฤษและแสดงสัญลักษณ์ประจำวันเกิดเป็นรูปปั้นสัตว์ประจำวันเกิดให้อย่างชัดเจน

เย็น : บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร  ชาบูชิ

โรงแรม TAW WIN GARDEN HOTEL    หรือเทียบเท่า 

** เพื่อความสะดวกในการขนย้าย ควรเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าใบเล็ก สำหรับค้าง 1 คืน บนพระธาตุอินทร์แขวน ส่วนกระเป๋าใบใหญ่จะฝากไว้บนรถบัส**

วันที่สอง ย่างกุ้ง – หงสาวดี – เจดีย์ไจ้ปุ่น – วัดไจ้คะวาย – เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา) – พระราชวังบุเรงนอง – พระธาตุอินทร์แขวน (นั่งกระเช้า) 

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

เมืองหงสาวดี หรือ พะโค (ด้วยรถโค้ชปรับอากาศ) หงสาวดีอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง ประมาณ 80 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของพม่ามาก่อนตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่าซึ่งอยู่ทางใต้ของ เมืองแปร  เมืองคัง ยะไข่ อังวะ พุกาม เขตหงสาวดี เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีตก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะยึดครองได้ ในปี พ.ศ. 2082 เมืองหงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง 

หงสาวดี หรือ พะโค มีตำนานเล่าว่า เมืองพะโคเดิมเป็นเกาะเล็ก ๆในอ่าวเมาะตะมะ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่ มีหงส์คู่ตัวผู้และตัวเมีย ได้เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงต้องการที่จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และเล็งเห็นเกาะเล็กๆที่นี่ จึงบินมาเกาะ แต่พื้นที่เกาะ ก็เล็กเสียจนมีที่พอให้หงส์ร่อนลงมาพักได้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น หงส์เพศเมียจึงต้องอาศัยเกาะอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และพระพุทธเจ้าได้ตรัสกับหงส์คู่นี้ว่า ต่อไปภายภาคหน้าพื้นที่ ที่เจ้ายืนอยู่นั้นจะกลายเป็นพื้นที่ ที่ยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรืองดั่งคำทำนายของพระพุทธเจ้าเมื่อรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง เมืองบะโก ก็ได้รุ่งเรืองและเป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศพม่า จนถึงปัจจุบันเมื่อเดินทางถึงเมือง หงสาวดีจะสังเกตเห็นหงส์สองตัวซึ่งอาศัยอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหงสาวดี

เจดีย์ไจ้ปุ่น พระเจ้าธรรมเจดีย์ทรงสร้างขึ้นในปี 1467 พระเจดีย์ก่อเป็นแกนทึบรูปทรงสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง มีพระพุทธรูปนั่งสูง 30 เมตรประดิษฐานอยู่สี่ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม (หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ อันได้แก่ พระโกนาคมน์ (หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้) พระกกุสันธะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก) พระกัสสปะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก) ซึ่งพระพุทธรูปกัสสปะนั้นชำรุดผุพังมาก เนื่องจากเกิแผ่นดินไหวในปี 1930 และได้บูรณะขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2019 มีตำนานว่า เจดีย์ไจ้ปุ่น สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนและให้คำมั่นสัญญาไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องคนสุดท้องได้ผิดคำสัญญา จึงเกิด อาเพส ฟ้าฝ่าองค์พระพุทธรูปตัวแทนองค์น้องพังทลายลงมา แม้แต่หากมีการซ่อมแซมบูรณะ มาแล้วหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่เคยสมบูรณ์

เจดีย์ชเวมอร์ดอร์ โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางเมืองหงสาวดี ซึ่งได้บูรณะขึ้นโดยพระเจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าบะยิ่นเนาน์)เพื่อบรรจุพระทันตธาตุของ พระพุทธเจ้า เพื่อเสริมบารมี อันถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า มีตำนานอยู่ว่า เมื่อนายวานิชพี่น้องนามว่ามหาศาลกับจุลศาเดินทางกลับมาจากอินเดีย ทั้งสองได้อันเชิญพระเกศธาตุของพระพุทธองค์มาด้วยสองเส้น เมื่อกลับมาถึงบ้านเกิดจึงได้สร้างสถูปเล็กๆ ทว่าก็ได้มีการสร้าเสริมองค์เจดีย์ให้ใหญ่ขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้งจากกษัตริย์ที่ปกครอง(ปัจจุบันมีความสูงถึง 114 เมตร) ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวมอร์ดอร์จนเป็นที่เลื่องลือ ก่อให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวมอญและพม่า ทำให้เจ้าชายตะปิ่นชเวตี้ทีมีพระชนมายุได้ 14 พรรษา ทรงเลือกเจดีย์ชเวมอร์ดอร์เป็นสถานที่ทำพิธีเจาะพระกรรณตามราชประเพณีก่อนขึ้นครองราชบัลลังก์ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าหงสานั้นคือเมืองมอญแต่พระองค์ก็บุกตะลุยเข้าไปยังองค์พระธาตุพร้อมด้วยทหารกล้าจำนวน 500 นาย ชนิดที่ศัตรูคาดไม่ถึง แถมยังฝ่าวงล้อมกลับเมืองตองอูโดยปลอดภัยและเมื่อพระองค์ยึดเมืองหงสาได้จึงรับสั่งให้ย้ายราชธานีจากตองอูมาอยู่ใต้ร่มเงาพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก่อนออกทำศึกคราใด ก็จะเสด็จมาสักการะองค์พระธาตุทุกครั้งไม่ใช่แค่พม่าเท่านั้นที่มีความศรัทธาต่อเจดีย์ชเวมอร์ดอร์ ในสมัยที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทยเสด็จไปเป็นตัวประกันที่เมืองหงสาวดีก็ทรงมาสักการะพระธาตุอยู่เสมอ ทั้งนี้ในปี ค.ศ.1930 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้ยอดพระธาตุหักพังลงมา ก่อนจะได้รับการบูรณปฎิสังขรณ์จนแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1954 ส่วนยอด พระธาตุองค์เดิมที่หักลงมาได้ถูกนำไปประดิษฐานไว้ข้างองค์พระเจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกขนได้กราบไหว้บูชาพระธาตุและพระพุทธรูปตามปกติก่อน จากนั้นค่อยนำธูปอีกชุดไปปักบนร่องอิฐของยอดพระธาตุ เพื่อให้อายุยืนและค้ำจุนพระพุทธศาสนา

พระราชวังบุเรงนอง หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง โดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปีพ.ศ. 2109 ชื่อ กัมโพชธานี เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่างๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วยจนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่ครองราชย์ ภายหลังพระเจ้าบุเรงนองสิ้นพระชนม์พระเจ้านันทบุเรงจึ่งขึ้นครองราชย์ก็ได้ถูกศัตรูยกกองทัพมาตีหงสาวดีจนย่อยยับเมืองถูกทำลายโดยพวกยะไข่และตองอู จนถึงเวลานี้วันเวลาผ่านไปกว่า 400 ปี สิ่งที่รัฐบาลพม่าทำได้คือขุดเอาซากเสาขึ้นมาเก็บ และสร้างพระราชวังเลียนแบบของเดิมทับลงไป ตัวอาคารสร้างใหม่มี 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า “กามโบสะตาหริ” หรือ“กัมโพชธานี” เป็นส่วนที่เอาไว้ว่าราชการ และส่วนที่ 2 คือ “บัลลังก์ผึ้ง”เป็นส่วนที่บรรทม แต่ด้วยความที่รัฐบาลพม่าสร้างเลียนแบบจากของจริง ทำให้พระราชวังบุเรงนองที่เป็นสีเหลืองทอง (**ช่วงเทศกาลสงกรานต์พระราชวังบุเรงนองปิดไม่ให้เข้าชมนะคะ**)

 กลางวัน : บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)…  เมนูกุ้งแม่น้ำย่าง 1 ตัวต่อท่าน

คิมปูนแคมป์ (เชิงเขาไจ้เที่ยว)ระหว่างทางผ่านสะพานแม่น้ำสะโตง  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง คิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อ เพื่อขึ้น บนภูเขาไจ้เที่ยว (ใช้เวลาเดินทางจากบริเวณนี้ ประมาณ 45 นาที  เพื่อต่อขึ้นกระเช้า)    **ราคารวมนั่งกระเช้าขาขึ้นถึงขาพระธาตุอินทร์แขวน** ท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพป่าเขาน้ำตกและลำธารอันสวยงามสองข้างทางพร้อมสัมผัสอากาศเย็นซึ่งจะค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรากําลังเดินทางสู่ที่สูง   

เดินทางถึง โรงแรมที่พัก KYAITHIYO HOTEL หรือ เทียบเท่า 

นำท่านเช็คอิน จัดการเก็บสัมภาระเข้าที่พักให้เรียบร้อย 

หลังจากนั้นนำท่านขึ้นนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาว พม่า พระเจดีย์ไจ้ทีโย (พระธาตุอินทร์แขวน) อยู่สูงจาก  ระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร สาเหตุที่คนไทยเรียกพระธาตุอินทร์แขวน ก็เพราะมีการเล่าต่อๆกันมาว่าพระอินทร์เป็นคนนำก้อนหินนี้มาวางไว้ให้ ไจ๊ทีโย ในภาษามอญแปลว่า หินรูปหัวฤาษี ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าได้ประทานพระเกศาแก่เหล่าฤาษีเพื่อให้พุทธศาสนิกชนสักการะ ฤาษีแต่ละคนก็นำไปบรรจุในเจดีย์ต่างๆ แต่มีฤาษีตนหนึ่งแอบเก็บเอาไว้เองโดยซ่อนไว้ ในมวยผมเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อถึงคราวฤาษีต้องละสังขาร จึงมอบพระเกศานี้ให้แก่พระเจ้าติสสะและสั่งไว้ว่า จะต้องบรรจุลงในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายศรีษะของตน เมื่อพระอินทร์ทราบเรื่องก็เลยช่วยพระเจ้าติสสะหาก้อนหินก้อนนี้โดยนำขึ้นมาให้จากใต้มหาสมุทร แล้วไปวางไว้ที่หน้าผา และอีกความเชื่อนึงเชื่อว่าเป็นที่มาและแรงบันดาลใจของ กวีซีไรส์ ปีพุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน ท่าน  จะได้สัมผัสกลิ่นอายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงและบรรยากาศ ธรรมชาติที่สดชื่น และบริสุทธิ์ทั่วบริเวณอันกว้างขวาง  ของลานพระธาตุอินทร์แขวนซึ่งให้ท่านได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และนมัสการขอพรจากพระธาตุอินทร์แขวนอันศักดิ์สิทธิ์

ช่วงเวลาที่ดี : ไหว้ได้ตลอดทั้งปี แต่ในยามราตรี ที่มีแสงสีทองนวลตา เป็นความงดงามที่ยากเกินบรรยาย จึงมีนักท่องเที่ยวที่นิยมชมชอบการถ่ายภาพ เดินหามุมสวยๆ ผู้ชายเข้าไปปิดทองข้างในได้-ส่วนผู้หญิงให้รออยู่ด้านนอก

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้ปิดทองได้ถึงเวลา 22.00 น.

เย็น : บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5)

 จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก KYAITHIYO HOTEL   หรือเทียบเท่า

วันที่สาม พระธาตุอินทร์แขวน (นั่งรถ) – หงสาวดี – พระนอนชเวตาเหลียว –  ย่างกุ้ง – กรุงเทพฯ

 

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)   

ลงจากเขาไจ้เทียวโดยรถบรรทุก **ไม่รวมกระเช้าขาลงจากไจ้เทียว** เพื่อเปลี่ยนรถบัสคันเดิมกลับสู่เมืองหงสาวดีตามเส้นทางเดิมและตลอดสองข้างทางท่านจะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามยามเช้าวิถีการดำรงชีวิตของชาติพม่าเมื่อถึงหงสาวดี

พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระพุทธรูปไสยาสน์ที่มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม ลักษณะพระบาทเหลื่อมพระบาทต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกันด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงามเมื่อครั้งก่อนพระพุทธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารกจนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทารถไฟสาย 3 พม่าจึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสี และปิดทองใหม่จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบันอีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝากอาทิ ไม้แกะสลัก เรือสำเภาไม้จันทร์หอม  ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์ลาย ผ้าพื้นบ้าน ฯลฯ 

กลางวัน : บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7)

กลับสู่ เมืองย่างกุ้ง  มุ่งหน้าสู่สนามบิน มิงกะลาดง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง

14.30 น. : คณะเดินทางถึงสนามบิน ย่างกุ้ง 

16.30 น. : ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน สายการบินเมียนมาร์ แอร์เวย์ (8M) เที่ยวบินที่  8M331

18.15 น. : เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

------------------ ขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ --------------------

อัตราค่าบริการ : 
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน เด็กเสริมเตียงพักรวมกับผู้ใหญ่ เด็กไม่เสริมเตียงพักรวมกับผู้ใหญ่ ค่าพักเดี่ยว

 10-12 สิงหาคม 2562 

8M336 10.15-11.00 // 8M331 16.30-18.15

11,900 บาท 11,900 บาท 11,900 บาท 4,000 บาท

 30 สิงหา -01 กันยายน 2562 

8M336 10.15-11.00 // 8M331 16.30-18.15

11,900 บาท 11,900 บาท 11,900 บาท 4,000 บาท

 06-08 กันยายน 2562 

8M336 10.15-11.00 // 8M331 16.30-18.15

11,900 บาท 11,900 บาท 11,900 บาท 4,000 บาท

 13-15 กันยายน 2562 

8M336 10.15-11.00 // 8M331 16.30-18.15

11,900 บาท 11,900 บาท 11,900 บาท 4,000 บาท 

 20-22 กันยายน 2562 

8M336 10.15-11.00 // 8M331 16.30-18.15

11,900 บาท 11,900 บาท 11,900 บาท 4,000 บาท

 27-29 กันยายน 2562 

8M336 10.15-11.00 // 8M331 16.30-18.15

11,900 บาท 11,900 บาท 11,900 บาท 4,000 บาท 
         
         
         
         
         
         

 

 

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินและภาษีสนามบิน ไป-กลับ พร้อมคณะชั้นทัศนาจรตามรายการ 
  • ค่าน้ำหนักสัมภาระในการเดินทาง 20 กิโลกรัม / 1 ท่าน
  • ค่าที่พักตามระบุในรายการพักห้องละ 2-3 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุหรือเทียบเท่า
  • ค่าอาหารตามที่ระบุอยู่ในรายการ
  • ค่าจ้างหัวหน้าทัวร์ไทย และไกด์ท้องถิ่นพม่า
  • ค่ารถรับ-ส่งตามสถานท่องเที่ยวที่ระบุตามรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ที่ระบุอยู่ในรายการ
  • ค่าประกันภัยการเดินทาง วงเงินท่านละ กรณีเสียชีวิต 1,000,000// กรณีรักษาพยาบาล 500,000 ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
  • ค่ารถหกล้อขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน

 อัตรานี้ไม่รวม

  • กรณีอยู่ต่อต้องเสียค่าเปลี่ยนแปลงหรือต้องซื้อตั๋วเดี่ยวทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสายการบิน
  • ค่าน้ำหนักสัมภาระน้ำหนักเกินจาก 20 กิโลกรัม / 1 ท่าน ตามที่ระบุไว้ 
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว นอกจากรายการที่ระบุ เช่น มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ท ค่าทิปยกกระเป๋า ค่าทิปพนักงานเสิร์ฟต่างๆ ฯลฯ 
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าวีซ่าต่างชาติและค่าแจ้งเข้า-ออกประเทศ ของคนต่างด้าว หรือเอกสารอื่นๆที่พึงใช้ประกอบส่วนตัว
  • ค่ารถรับ-ส่ง นอกสถานที่ นอกเหนือที่ระบุไว้ตามรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 
  • ค่าทิปที่ระบุไว้ ชัดเจน สำหรับ หัวหน้าทัวร์+ไกด์ท้องถิ่น+คนขับรถ ท่านละ 200 บาท/วัน/ท่าน ( 200*3วัน = 600 บาท/ท่าน)    **เด็กจ่ายทิปเท่ากับผู้ใหญ่**

 

เอกสารประกอบในการขอวีซ่า

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือก่อนเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • รูปถ่ายสีหน้าตรง 1.5 - 2 นิ้วเท่านั้น พื้นหลังสีขาวเท่านั้นจำนวน 2 รูป (ไม่ใช่รูปสติกเกอร์)

เงื่อนไขการเก็บเอกสาร และขอยื่นวีซ่า

  • ระยะเวลาในการยื่นวีซ่าปกติ 7 วันทำการ
  • เอกสารการขอวีซ่า ต้องส่งถึงบริษัท อย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางไม่รวม เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์
  • หาก ยื่นเอกสาร ล่าช้ากว่ากำหนด บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการชำระค่าวีซ่าด่วน
  • กรณีส่งรูปถ่าย ไม่ถูกต้อง เช่น พื้นหลังเป็นสีฟ้า บริษัทฯจะไม่สามารถดำเนินการยื่นเรื่องวีซ่าให้ได้ เนื่องจากผิดกฎระเบียบการขอยื่นวีซ่า

การจองทัวร์และการชำระเงิน

ทางบริษัทฯ ขอรับเงินมัดจำท่านละ 5,000 บาท สำหรับการจองทัวร์ พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางเพื่อสำรองที่นั่ง ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วัน พร้อมหนังสือเดินทางเล่มจริงที่มีอายุเหลือก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 6 เดือน โดยมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้าและรูปถ่ายสีหน้าตรง (ห้ามใช้รูปขาวดำ) ขนาด1.5นิ้ว–2นิ้ว ท่านละ2 รูป

 

เงื่อนไขการยกเลิก

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจองทัวร์ ในกรณีทำการจองเข้ามา แต่ไม่ได้ชำระค่ามัดจำตามวันเวลาที่บริษัทฯกำหนดให้ต้องชำระ เนื่องจากจะทำให้เสียโอกาสในการจองทัวร์ของท่านอื่น
  • กรณีที่บริษัทฯได้ทำการ ออกตั๋วกับสายการบินเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯจะไม่ดำเนินการคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้ท่าน ไม่ว่าจะในกรณีไดก็ตาม เนื่องจากเป็นระบบการออกแบบหมู่คณะ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจราณา การคืนเงินในกรณี เกิดการยกเลิกการจองทัวร์ ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

หมายเหตุ

  • บริษัทฯมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสม
  • บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน
  • ขอสงวนการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย 
  • ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น การล่าช้าของเที่ยวบิน การประท้วง การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล และความเสียหายที่ทางบริษัท ฯ ไม่สามารถควบคุมได้ จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น