มัณฑะเลย์ - มิงกุน

โปรแกรมทัวร์ : มัณฑะเลย์ - มิงกุน
รหัสโปรแกรม : MDL001 สายการบิน : Airasia
ระยะเวลา : 3วัน 2คืน ราคาเริ่มต้น : 9,999 บาท
วันเดินทาง : 01-03 , 15-17 มีนาคม 2562

รายละเอียด

วันแรก : กรุงเทพฯ(ดอนเมือง) – มัณฑะเลย์ – พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง – วัดกุโสดอ – มัณฑะเลย์ฮิลล์      

08.00  น. : คณะพร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ประตูทางเข้าหมายเลข 2 สายการบินแอร์ เอเชีย โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยอำนวยความสะดวกแก่ท่าน ในการตรวจเช็คเอกสารสัมภาระและที่นั่งก่อนออกเดินทาง

11.10  น. : ออกเดินทางสู่สนามบิน มัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบิน FD244 **มีอาหารว่างบริการพร้อมเครื่องดื่ม** (มื้อที่1)

12.25  น. : เดินทางถึงสนามบิน มัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่พม่า ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) 

มัณฑะเลย์ อดีตเมืองหลวง และเมืองใหญ่อันดับที่สองของพม่ารองจากนครย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคมัณฑะเลย์ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งไปทางทิศเหนือ 716 กิโลเมตร ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1857 โดยพระเจ้ามินดง โดยตั้งชื่อตามภูเขามัณฑะเลย์ที่อยู่ใกล้เคียง นำท่านเดินทางโดยรถโค๊ชปรับอากาศสู่ อมรปุระ เมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร นับเป็นอีกหนึ่งเมืองของพม่าที่ยังคงมนต์ขลังมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถสัมผัสได้จากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมไปถึงอารยะธรรมอันเก่าแก่ของเมืองที่สามารถพบเห็นได้จากเหล่าวัดวาอารามและเจดีย์ที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆตัวเมือง

พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง (GOLDEN PALACE MONASTRY) พระตำหนักนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ ๆ  วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า  สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ.2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจาก อมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นพระตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกพระตำหนักนี้ถวายเป็นวัด  ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาว มัณฑะเลย์อย่างแท้จริง

วัดกุโสดอ (KUTHODAW PAGODA) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการ สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก” และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม

MANDALAY HILL ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ตั้งอยู่กลางเมือง มีความสูง 236 เมตร ปากทางขึ้นมารูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่สองตัว ระหว่างทางมีปูชนียสถานให้สักระบูชาเป็นระยะๆ หากว่าท่านไม่อยากเดินขึ้นก็สามารถนั่งรถสองแถวขึ้นบนยอดมัณฑะเลย์ได้เลย (ท่ารถอยู่เชิงเขาทางขึ้น) โดยไม่ต้องเดินขึ้นบันได 7,292 ขั้น

เย็น : บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม  (มื้อที่ 2)

โรงแรม GREATWALL HOTEL// SHWE PHYU HOTEL หรือเทียบเท่า 

 

วันสอง : มัณฑะเลย์ – พระราชวังมัณฑะเลย์ – วัดมหากันดายง – ล่องเรือแม่น้ำอิระวดี – มิงกุน – เจดีย์พญาเธียรดาน – เจดีย์มิงกุน  – ระฆังยักษ์มิงกุน  – ล่องเรือแม่น้ำอิระวดีกลับมัณฑะเลย์ 

 

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

พระราชวังมัณฑะเลย์ (MANDALAY PALACE) ถูกก่อสร้างขึ้นมาโดยพระเจ้ามินดง ระหว่างปี ค.ศ.1857- ค.ศ.1859หลังการย้ายเมืองหลวงจากอมระปุระมายังมัณฑะเลย์ เพื่อหนีทหารของจักรวรรดิอังกฤษ ระหว่างสงครามพม่า-อังกฤษ ตามความเชื่อเป็นพระราชวังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังได้ชื่อว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย มีคูน้ำรอบพระราชวังและประตูที่ยิ่งใหญ่ และเป็นพระราชวังที่สุดท้ายของพระเจ้าธีบอกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบองและในประวัติศาสตร์พม่า เมื่ออังกฤษเข้ายึดครองพม่าในสงครามโลกครั้งที่สอง ทางอังกฤษคิดว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมของทหารญี่ปุ่น จึงได้ทำลายพระราชวังเสียด้วยการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1945 พระราชวังตกอยู่ในความเสียหายมาโดยตลอด จนปัจจุบันได้รับการบูรณะโดยรัฐบาลพม่า โดยการลอกแบบโครงสร้างเดิม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของมัณฑะเลย์ 

วัดมหากันดายง ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบตองตะมาน ใกล้สะพานอูเบ็ง และเป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดของพม่ามีภิกษุและสามเณรมาศึกษาเล่าเรียนทางธรรมกว่า1,200รูปและมีพระภิกษุจากยุโรปอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ มาบวชเรียนด้วยวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาพระธรรมและรักษาพระธรรมวินัยมากที่สุดด้วยวัตรปฏิบัติพระวินัยอย่างเคร่งครัดของภิกษุสงฆ์ในวัดมหากันดายงทำให้มีชาวพม่าจำนวนมากส่งบุตรหลานมาศึกษาพุทธศาสนากันที่นี่และทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาจองคิวกันนำภัตตาหารมาถวายพระทั้ง 1,200 รูปไม่เว้นแต่ละวันทำให้วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ดำรงค์อยู่ได้แม้จะได้รับงบประมาณจากรัฐบาลพม่าไม่มากนัก  

กลางวัน :บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)  

ล่องเรือข้ามแม่น้ำอิระวดี สู่ เมืองมิงกุน แม่น้ำอิระวดี หรือ ที่ชาวพม่าออกเสียงว่า เอยาวดี แม่น้ำสายนี้มีต้นกำเนิดมาจากทางตอนเหนือของพม่า ไหลผ่านใจกลางพม่าออกสู่ทะเลอันดามัน เป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุด จึงทำให้แม่น้ำสายนี้เป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำที่สำคัญที่สุด ถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำหล่อเลี้ยงชีวิตและเป็นเส้นทางสายอารยะธรรมที่สำคัญ

เมืองมิงกุน ข้ามฝากสู่ราชธานีเก่าของพระเจ้าปดุง จะเป็นเส้นทางสู่ "เจดีย์พญาเธียรดาน" เจดีย์ที่งดงาม นี้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2329 เพื่อให้เปรียบเสมือนเจดีย์จุฬามณี ที่ตั้งอยู่เหนือเขาพระสุเมรุ ตามความเชื่อในไตรภูมิพุทธศาสนาที่ว่า คือแกนกลางจักรวาล ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยสัตตบริพันธ์ และมหานทีสีทันดรทั้ง 7 ชั้น พระเจดีย์องค์นี้ยังถูกสร้างให้เป็นสักขีพยานรักของราชนิกุลอังวะ โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่มีต่อพระมเหสีชินพิวเม ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าบากะยีดอว์จะขึ้นครองราชย์ แม้จะไม่ใช่หินอ่อนเหมือนทัชมาฮาล แต่ก็ได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี” 

มหาเจดีย์ยักษ์ "มิงกุน" ซากเจดีย์ขนาดใหญ่ ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ที่ใช้แรงงานทาส และนักโทษจำนวนนับพันคนในการสร้าง โดยตั้งพระทัยว่าจะสร้างให้สูงใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์แห่งสยาม และให้พระองค์สามารถทอดพระเนตร ได้จากเมืองอังวะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอิระวดี แต่ด้วยงบประมาณที่บานปลาย ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน จึงทำให้การก่อสร้างล่าช้า ในที่สุดพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปี พ.ศ.2362 หลังพ่ายแพ้ไทยในสงคราม 9 ทัพ เจดีย์องค์นี้ จึงสร้างได้แค่ฐาน หลังจากนั้นองค์เจดีย์จึงถูกทิ้งร้างเรื่อยมา แต่เพียงฐานก็นับว่าใหญ่โตมาก หากสร้างเสร็จจะมีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ใหญ่ระดับโลกของ มิงกุน คือ ระฆังยักษ์มิงกุน นี้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2351 โดยพระเจ้าปดุง สร้างถวายแด่เจดีย์มิงกุน มีน้ำหนัก  90 ตัน สูง 4 เมตร ปากระฆังกว้าง 5 เมตร เป็นระฆังที่ตีดัง เดิมทีถูกแขวนไว้ที่องค์เจดีย์ปอนดอว์ ใกล้ๆ กับเจดีย์มิงกุน แต่หลังจากแผ่นดินไหว ทำให้ฐานพระเจดีย์พังลงมา ระฆังยักษ์มิงกุนจึงถูกย้ายมาแขวนยังจุดที่ตั้ง ณ ปัจจุบัน ในอดีตระฆังองค์นี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากระฆังแห่งพระราชวังเครมลิน ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย แต่ระฆังเครมลินแตกไปแล้ว ปัจจุบันระฆังยักษ์มิงกุน จึงเป็นระฆังที่มีสภาพสมบูรณ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ล่องเรือข้ามแม่น้ำอิระวดีกลับสู่เมืองมัณฑะเลย์พร้อมชมความงามยามพระอาทิตย์อัสดง

เย็น : บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม  (มื้อที่ 5)

พักที่  GREATWALL HOTEL// SHWE PHYU HOTEL  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม : พิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี – อมรปุระ – สะพานไม้อู่เบ็ง – มัณฑะเลย์ – กรุงเทพฯ

 

03.45 น. : นำท่านไปนมัสการ พระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ทรงเครื่องกษัตริย์ หน้าตักกว้าง 9 ฟุต สูง 12 ฟุต หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามและศักดิ์สิทธิ์เลื่องลือไปไกล ในปัจจุบันชาวพม่ายังเรียกพระมหามัยมุนีอีกชื่อหนึ่งว่า “พระยะไข่” ด้วยความเชื่อว่าพระพุทธมหามัยมุนีนี้เป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต ด้วยเหตุที่ได้รับประทานพร หรือบางตำนานก็กล่าวว่าได้รับประทานลมหายใจจากพระพุทธเจ้า จึงมีประเพณีล้างพระพักตร์ถวายโดยทุกเช้าในเวลาประมาณ 04.00 น. พระมหาเถระ และสาธุชนทั่วไปที่ศรัทธาจะมาทำพิธีล้างพระพักตร์ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมทานาคาอย่างดี พร้อมกับใช้แปรงทองแปรงที่พระโอษฐ์เสมือนหนึ่งแปรงพระทนต์ถวายพระพุทธเจ้า ก่อนใช้ผ้าจากศรัทธาสาธุชนที่ถวายมาเช็ดจนแห้งสนิท แล้วนำกลับคืนแก่สาธุชนผู้นั้นไปบูชาต่อ พร้อมใช้พัดทองโบกถวายเป็นอันดี เสมือนหนึ่งได้อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ 

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)

เมืองอมรปุระ เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร นับเป็นอีกหนึ่งเมืองของพม่าที่ยังคงมนต์ขลังมาถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถสัมผัสได้จากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมไปถึงอารยะธรรมอันเก่าแก่ของเมืองที่สามารถ  พบเห็นได้จากเหล่าวัดวาอารามและเจดีย์ที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆตัวเมือง

สะพานไม้อูเบ็ง  เป็นสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก ทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน มุ่งสู่เจดีย์เจ๊าตอร์กยี มีความยาว 1,200 เมตร สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 1850 ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองอมรปุระราชธานี  แห่งพม่า  สะพานสร้างจากไม้สักที่เหลือจากการรื้อพระราชวังเก่ากรุงอังวะ เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากอังวะ มายังอมรปุระ จำนวน 1,086 ต้น ชื่ออูเบ็งนั้นเป็นชื่อของขุนนางที่มีนามว่า “อูเบียน” ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้มาทำหน้าที่เป็นแม่กองงานสร้าง ใช้เป็นทางผ่านสำคัญสำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์ตกดินหรือนั่งเรือชมความงามของสะพาน จากนั้นนำท่านเดินทางไปสนามบินมัณฑะเลย์

12.55 น. :  ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน สายการบินแอร์ เอเชีย เที่ยวบินที่  FD245

15.10 น. :  ถึงกรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง)  โดยสวัสดิภาพ

 

------------------ ขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ --------------------

อัตราค่าบริการ : 
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน เด็กเสริมเตียงพักรวมกับผู้ใหญ่ เด็กไม่เสริมเตียงพักรวมกับผู้ใหญ่ ค่าพักเดี่ยว

01-03  มีนาคม 2562

FD244 11.10-12.25 // FD245 12.55-15.10

9,999 /ท่าน 9,999 /ท่าน 9,999 /ท่าน 3,000.-

15-17  มีนาคม 2562 

FD244 11.10-12.25 // FD245 12.55-15.10

9,999/ท่าน 9,999/ท่าน 9,999/ท่าน 3,000.-
         
         

 

 

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินและภาษีสนามบิน ไป-กลับ พร้อมคณะชั้นทัศนาจรตามรายการ 
  • ค่าน้ำหนักสัมภาระในการเดินทาง 20 กิโลกรัม / 1 ท่าน
  • ค่าที่พักตามระบุในรายการพักห้องละ 2-3 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุหรือเทียบเท่า
  • ค่าอาหารตามที่ระบุอยู่ในรายการ
  • ค่าจ้างหัวหน้าทัวร์ไทย และไกด์ท้องถิ่นพม่า
  • ค่ารถรับ-ส่งตามสถานท่องเที่ยวที่ระบุตามรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ที่ระบุอยู่ในรายการ
  • ค่าประกันภัยการเดินทาง วงเงินท่านละ กรณีเสียชีวิต 1,000,000// กรณีรักษาพยาบาล 500,000 ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

 อัตรานี้ไม่รวม

  • กรณีอยู่ต่อต้องเสียค่าเปลี่ยนแปลงหรือต้องซื้อตั๋วเดี่ยวทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสายการบิน
  • ค่าน้ำหนักสัมภาระน้ำหนักเกินจาก 20 กิโลกรัม / 1 ท่าน ตามที่ระบุไว้ 
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว นอกจากรายการที่ระบุ เช่น มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ท ค่าทิปยกกระเป๋า ค่าทิปพนักงานเสิร์ฟต่างๆ ฯลฯ 
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าวีซ่าต่างชาติและค่าแจ้งเข้า-ออกประเทศ ของคนต่างด้าว หรือเอกสารอื่นๆที่พึงใช้ประกอบส่วนตัว
  • ค่ารถรับ-ส่ง นอกสถานที่ นอกเหนือที่ระบุไว้ตามรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 
  • ค่าทิปที่ระบุไว้ ชัดเจน สำหรับ หัวหน้าทัวร์+ไกด์ท้องถิ่น+คนขับรถ ท่านละ 800 บาท/ท่าน **เด็กจ่ายทิปเท่ากับผู้ใหญ่**

 

เอกสารประกอบในการขอวีซ่า

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือก่อนเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • รูปถ่ายสีหน้าตรง 1.5 - 2 นิ้วเท่านั้น พื้นหลังสีขาวเท่านั้นจำนวน 2 รูป (ไม่ใช่รูปสติกเกอร์)

เงื่อนไขการเก็บเอกสาร และขอยื่นวีซ่า

  • ระยะเวลาในการยื่นวีซ่าปกติ 7 วันทำการ
  • เอกสารการขอวีซ่า ต้องส่งถึงบริษัท อย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางไม่รวม เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์
  • หาก ยื่นเอกสาร ล่าช้ากว่ากำหนด บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการชำระค่าวีซ่าด่วน
  • กรณีส่งรูปถ่าย ไม่ถูกต้อง เช่น พื้นหลังเป็นสีฟ้า บริษัทฯจะไม่สามารถดำเนินการยื่นเรื่องวีซ่าให้ได้ เนื่องจากผิดกฎระเบียบการขอยื่นวีซ่า

การจองทัวร์และการชำระเงิน

ทางบริษัทฯ ขอรับเงินมัดจำท่านละ 5,000 บาท สำหรับการจองทัวร์ พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางเพื่อสำรองที่นั่ง ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วัน พร้อมหนังสือเดินทางเล่มจริงที่มีอายุเหลือก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 6 เดือน โดยมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้าและรูปถ่ายสีหน้าตรง (ห้ามใช้รูปขาวดำ) ขนาด1.5นิ้ว–2นิ้ว ท่านละ2 รูป

 

เงื่อนไขการยกเลิก

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจองทัวร์ ในกรณีทำการจองเข้ามา แต่ไม่ได้ชำระค่ามัดจำตามวันเวลาที่บริษัทฯกำหนดให้ต้องชำระ เนื่องจากจะทำให้เสียโอกาสในการจองทัวร์ของท่านอื่น
  • กรณีที่บริษัทฯได้ทำการ ออกตั๋วกับสายการบินเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯจะไม่ดำเนินการคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้ท่าน ไม่ว่าจะในกรณีไดก็ตาม เนื่องจากเป็นระบบการออกแบบหมู่คณะ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจราณา การคืนเงินในกรณี เกิดการยกเลิกการจองทัวร์ ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

หมายเหตุ

  • บริษัทฯมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสม
  • บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน
  • ขอสงวนการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย 
  • ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น การล่าช้าของเที่ยวบิน การประท้วง การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล และความเสียหายที่ทางบริษัท ฯ ไม่สามารถควบคุมได้ จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น