ทัวร์เกาหลี เชจู 3 วัน 2 คืน

โปรแกรมทัวร์ : ทัวร์เกาหลี เชจู 3 วัน 2 คืน
รหัสโปรแกรม : Korea001 สายการบิน : Airasia
ระยะเวลา : 3 วัน 2 คืน ราคาเริ่มต้น : 20,900 บาท
วันเดินทาง : กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ค่ะ

รายละเอียด

วันแรก : กรุงเทพฯ – อินชอน

17.00 น. : คณะทัวร์พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ N 01-04  สายการบิน Myanmar Airways เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

19.20 น. : ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง สายการบิน Myanmar Airways เที่ยวบินที่  8M332 

20.00 น. : เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้ง มาทางตะวันตกเฉียงเหนือ 19 กิโลเมตร หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าตัวเมืองย่างกุ้งท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของชาวย่างกุ้งยามตลอดสองข้างทางที่เดินทางเข้าตัวเมือง (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)

เย็น : บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก Millennium  Hotel  หรือเทียบเท่า ระดับ 3 ดาว// Sky Star Hotel หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว

(พรุ่งนี้เช้า เป็นวันที่คณะต้องเดินทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างคืน 1 คืน บนพระธาตุอินทร์แขวน)

 

 

วันที่สอง : หงสาวดี – เจดีย์ไจ๊ปุ่น – พระนอนชเวตาเลียว – เจดีย์ชเวมอดอร์(พระธาตุมุเตา) – พระราชวังวังบุเรงนอง   พระธาตุอินทร์แขวน

 

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ พะโค (ด้วยรถโค้ชปรับอากาศ)อยุ่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง 80 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของสหภาพพม่ามาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่า ซึ่งอยู่ทางใต้ของ เมืองแปร เมืองคัง ยะไข่ อังวะ พุกาม นครหงสาวดีเป็นเมืองหลวงของเขตหงสาวดี ๆ เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต ก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะยึดครองได้ ในปี พ.ศ. 2082 เมืองหงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีหรือ พะโค มีตำนานเล่าว่า เมืองพะโคเดิมเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเมาะตะมะ เล็กเสียจนมีที่พอให้หงส์ร่อนลงมาพักได้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น หงส์เพศเมียหรือนางหงส์จึงต้องอาศัยเกาะอยู่บนหลังคู่ของมัน เมื่อเดินทางถึงเมืองหงสาวดีจะสังเกตุเห็นหงส์สองตัวซึ่งอาศัยอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหงสาวดี จากนั้นนำท่านกราบนมัสการ เจดีย์ไจ้ปุ่น ซึ่งจะถึงก่อนเดินทางเข้าตัวเมืองหงสาวดี  พระเจ้าธรรมเจดีย์ทรงสร้างขึ้นในปี 1467 พระเจดีย์กก่อเป็นแกนทึบรูปทรงสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง มีพระพุทธรูปนั่งสูง 30 เมตรประดิษฐานอยู่สี่ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม (หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ อันได้แก่ พระโกนาคมน์ (หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้) พระกกุสันธะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก) พระกัสสปะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก) ซึ่งพระพุทธรูปกัสสปะนั้นชำรุดผุพังมาก เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวในปี 1930  และได้บูรณะขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2019 มีตำนานว่า เจดีย์ไจ้ปุ่น สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ  เชื่อกันว่าหากคนใดคนหนึ่งแต่งงาน พระพุทธรูปก็จะพังลงมา  นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศ  เป็นพระนอนที่งามที่สุดในประเทศ องค์พระยาว 55 เมตร สูง 16 เมตร พระพุทธไสยาสน์แห่งพะโค (เมืองหงสาวดี) องค์นี้สร้างขึ้นใน ค.ศ. 994 ตามบัญชาของพระเจ้ามินกะดีป่า ก่อนหน้าที่พวกบะหม่า(พม่า) จะเข้ามามีอำนาจเหนือพวกมอญ แต่พระองค์ก็ถูกทิ้งให้ผุพังอยุ่เกือบ 500 ปี จนถึงรัชสมัยของพระเจ้าธรรมเจดีย์ทรงสั่งให้ข้าทาสทหารได้บูรณะขึ้นใหม่ เมื่อเข้าสู่ ศตวรรษที่ 18 พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวจึงถูกทิ้งร้าง และได้ปล่อยให้ป่ารกชัฏขึ้นปกคลุมอีกครั้งจนกระทั่งปี 1881 ผู้รับเหมาสร้างทางรถไฟให้กับอังกฤษกลุ่มหนึ่งได้พบเข้าโดยบังเอิญแต่ก็คิดว่ามันเป็นแค่ กองอิฐกองหิน ต่อมาทางการจึงได้ถางป่าออกในปี 1906 แล้วใช้เหล็กปลูกโรงเรือนช่วยคุ้มแดดคุ้มฝนให้แต่ดูไม่ดีเท่าไหร่ ครั้นถึงปี 1948 จึงทำการบูรณะพระองค์ขึ้นใหม่อีกครั้ง มีการทาสีและปิดทองล่องชาดอย่างงดงาม ได้ทำการบูรณะเลยมาจนถึงปัจจุบัน ตรงทางขึ้นตลอดสองข้างให้ท่านช้อปปิ้งของฝากจากเมืองหงสาวดี อาทิ ผ้าพื้นบ้าน ไม้แกะสลัก เรือสำเภา ฯลฯ  จากนั้นนำท่านนมัสการ เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา) โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางเมืองหงสาวดี ซึ่งได้บูรณะขึ้นโดยพระเจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าบะยิ่นเนาน์) เพื่อบรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า เพื่อเสริมบารมี อันถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า มีตำนานอยู่ว่า เมื่อนายวานิชพี่น้องนามว่ามหาศาลกับจุลศาล เดินทางกลับมาจากอินเดีย ทั้งสองได้อันเชิญพระเกศธาตุของพระพุทธองค์มาด้วยสองเส้น เมื่อกลับมาถึงบ้านเกิดจึงได้สร้างสถูปเล็ก ๆ ครอบพระเกศธาตุเอาไว้ ในศตวรรษที่ 16 พระเจ้าปะหยิ่นหน่าวโปรด ฯ ให้แกะเอามณีบนยอดพระมหามงกุฏไปทำฉัตรยอดถวายเป็นพุทธบูชา ต่อมา พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างฉัตรองค์ใหม่ถวายและเสริมยอดขึ้นไปสุงถึง 90 เมตร ในศตวรรษที่ 20 ได้เกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1930 เกิดความเสียหายอย่างมาก จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่จากแรงกายและกำลังทรัพย์ของผู้มีจิตศรัทธาจนถึงปัจจุบันพระเจดีย์สูงถึง 114 เมตร ถ้าเดินรอบ ๆองค์เจดีย์ท่านจะได้เห็นซากเจดีย์องค์เดิมที่พังทะลายลงมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และฉัตรยอดเจดีย์  จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง หากพูดถึงกษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งของเมืองหงสาวดีก็ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดโดดเด่นเท่า พระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง โดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ชื่อ กัมโพชธานี เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่ เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และพวกยะไข่เผาทำลายหงสาวดีทรงทิ้งให้พระราชวังแห่งนี้รกร้างลงเป็นเวลาร่วม 3 ศตวรรษ ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกันในคราวนั้น  หลังจากนั้นไม่นาน เมืองอังวะก็กลายมาเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าโดยสมบูรณ์ก่อนที่พม่าทั้งประเทศจะเสียเอกราชให้ประเทศอังกฤษต่อมาในปี พ.ศ. 2533 ได้มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยถอดแบบจากของเดิม ซึ่งบางส่วนได้สร้างแล้วเสร็จไป แต่ยังคงมีอีกบางส่วนก็กำลังรอทุนในการก่อสร้าง 

กลางวัน : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี  เมนู กุ้งแม่น้ำย่าง ท่านละ 1 ตัว 

หลังอาหาร นำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้เที่ยว) ระหว่างทางผ่าน สะพานแม่น้ำสะโตง ในอดีตขณะที่ สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตาม พม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว พระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง  สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงแม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพ กลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงแม่ทัพพม่าตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้   ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง คิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถ เป็นรถบรรทุกหกล้อ เพื่อขึ้นบนภูเขาไจ้เที่ยว (ใช้เวลาเดินทางจากบริเวณนี้ประมาณ 1.5 ชั่วโมง) ท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพป่าเขาน้ำตกและลำธารอันสวยงามสองข้างทาง พร้อมสัมผัสอากาศเย็นซึ่งจะค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรากำลังเดินทางสู่ที่สูง (หากท่านต้องการนั่งเสลี่ยง เพิ่มค่าเสลี่ยงราคาไปกลับประมาณ เงินไทยไม่เกินท่านละ 850 บาทไม่รวมค่าทิป) (ลักษณะเสลี่ยงเป็นเก้าอี้ผ้าใบผูกกับไม้ไผ่ขนาดใหญ่ 2 ลำ หามด้วยคน 4 คน ข้างหน้า 2 ข้างหลัง 2 คน) 

เดินทางถึง  โรงแรมที่พัก  Kyaithiyo Hotel//Yoe Yoe Lay Hotel  นำท่านเช็คอิน จัดการเก็บสัมภาระเข้าที่พักให้เรียบร้อย หลังจากนั้นนำท่านขึ้นนมัสการ องค์พระธาตุอินทร์แขวน  พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า พระเจดีย์ไจ้ทีโย (พระธาตุอินทร์แขวน) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร และเป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน ท่านจะได้สัมผัสกลิ่นอายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงและบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่นและบริสุทธิ์ทั่วบริเวณอันกว้างขวางของลานพระธาตุอินทร์แขวนซึ่งให้ท่านได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติและนมัสการขอพรจากพระธาตุอินทร์แขวนอันศักดิ์สิทธิ์  

เย็น : บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก 

หลังอาหารเชิญท่านตามอัธยาศัย ท่านสามารถกลับขึ้นไปนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษเปิดถึงเวลา 22.00 น. เท่านั้น   

 

 

วันที่สาม : พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี(พระตาหวาน) – เจดีย์โบดาทาวน์ – เทพทันใจ มหาเจดีย์ชเวดากอง 

05.00 น. : เชิญท่านนมัสการ  เจดีย์ไจ้ทีโยหรือพระธาตุอินทร์แขวน ท่านสามารถทำบุญตักบาตรพระสงฆ์หรือถวายข้าวพระพุทธ มีชุดจำหน่ายบริเวณวัด เมื่อถวายข้าวพระพุทธนิยมจุดเทียนตามกำลังวันหรือจำนวนอายุ ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้ อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา การที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์อย่างแท้จริง

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

จากนั้นให้ท่านเก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ กรุงย่างกุ้งตามเส้นทางเดิมและตลอดสองข้างทาง ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามยามเช้า วิถีการดำรงชีวิตของชาวพม่า

กลางวัน : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี เมนู กุ้งแม่น้ำย่าง ท่านละ 1 ตัว 

หลังอาหาร นำท่านเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่เมืองย่างกุ้ง นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี หรือ พระตาหวาน  ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามอีกองค์หนึ่งของพม่า มีความยาวถึง 70 เมตร แต่เก่าแก่เพียงไม่กี่สิบปีและมีขนาดใหญ่กว่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว มีขนตาที่งดงามและดวงตาที่สง่างาม ซึ่งได้ให้ช่างที่ฝีมือการประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในพม่าสร้างดวงตาขึ้น  พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย อย่างไรก็ดี วัดแห่งนี้จัดเป็นศูนย์กลางสำคัญในการศึกษาตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่มากถึง 600 รูป นำท่านนมัสการ  เจดีย์โบดาทาวน์ (เจดีย์โปตาทอง) ซึ่งเป็นสถานที่สักสิทธิ์ ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2000 ปีก่อนกษัตริย์มอญมีนามว่า พระเจ้าโอกาละปะ ทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพ1000นาย ตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้และทรงแบ่งเส้นพระเกศธาตุไว้1เส้น บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชา ก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ ข้างในองค์เจดีย์ ท่านจะได้ชม สิงของสมัยโบราณ อาทิ พระพุทธรูปทองคำ เงิน ดินเผา ซึ่งจัดแสดงไว้ให้ชมภายในองค์เจดีย์ (สถานที่แห่งเดียวที่ท่านสามารถมองเห็นพระเกศธาตุด้วยสายตาของท่านเอง)   นำท่านสักการะ รูปปั้นเทพทันใจ ( นัตโบโบยี ) ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนาทันที มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขอพรแล้ว สมดั่งคำอธิฐาน จึงทำให้หลายท่านต้องกลับมาสักการะท่าน หลายๆๆครั้ง 

จากนั้นนำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี กล่าวกันว่าทองคำที่ใช้หุ้มมหาเจดีย์ชเวดากองนี่ยังมีมากกว่าในห้องนิรภัยของธนาคารประเทศอังกฤษเสียอีก ใครก็ตามที่ได้พบเห็น ก็ต้องรู้ว่าพม่านั้นมีความมั่งคั่งแฝงเร้นอยู่มากมายมหาศาล มหาเจดีย์ชเวดากองมีความสูง 100 เมตรภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้าและเครื่องบริขารของอดีตพระพุทธเจ้าอีกสามองค์เอาไว้ ส่วนด้านนอกมีการใช้แผ่นทองหุ้มเอาไว้มากถึง 8,688 แผ่น ส่วนยอดประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม ไพลิน และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยุ่ตรงกึ่งกลาง ทั้งหมดนี้อยู่บนยอดฉัตรสูง 10 เมตร ที่มีไม้หุ้มทองเจ็ดท่อนรองรับ มีระฆังใบเล็ก ๆ ประดับอยู่ 1,485 ใบ เป็นระฆังทอง 1,065 ใบ  ระฆังเงิน 420 ใบ รอบองค์เจดีย์ชเวดากองมีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ มีพระประจำวันเกิดให้ท่านได้สรงน้ำขอพร และขอพรจากองค์เจดีย์ ณ ลานอธิฐานอดีตเคยเป็นลานอธิฐานของพระเจ้าบุเรงนองก่อนออกรบ ซึ่งท่านสามารถถ่ายภาพตรงมุมนี้จะสวยที่สุด

(การเที่ยวชมพระมหาเจดีย์ชเวดากอง แนะนำให้ไปชมในช่วงตอนเย็นถึงค่ำ เพราะอากาศไม่ร้อนและได้ดูพระมหาเจดีย์ในยามที่ไฟส่องตอนกลางคืน)

เย็น : รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร 

พักที่ Millennium  Hotel  หรือเทียบเท่า ระดับ 3 ดาว// Sky Star Hotel หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว

 

 

วันที่สี่ : เมืองสิเรียม – เจดีย์เยเลพญา – พระหินอ่อน – ช้างเผือก – สก๊อตมาร์เก็ต – กรุงเทพฯ

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ  ห้องอาหาร ของโรงแรมที่พัก 

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม   ชมความสวยงามแปลกตาของเมืองซึ่งเมืองนี้เคย เป็นเมืองท่าสำคัญของเขตย่างกุ้ง ประเทศพม่า ตั้งอยู่ปากแม่น้ำอิระวดี ในอดีตเคยเป็นที่มั่นของทหารโปรตุเกส ช่วยเหลือมอญทำสงครามกับพม่า ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 ปัจจุบัน สิเรียมมีโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก และทางรถไฟสำหรับขนส่งสินค้า อยู่ห่างจากย่างกุ้ง 20 กิโลเมตร จากนั้นนำท่านนมัสการ  พระเจดีย์เยเลพะยา (เจดีย์กลางน้ำ)  ต้องนั่งเรือพาข้ามน้ำมาจากอีกฟากหนึ่ง วัดแห่งนี้มีภาพเขียนรูปเจดีย์สำคัญๆ อยู่มากมาย มีนัต 4 ตน และพระอุปคุต ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวใหญ่นับร้อยๆ ตัวที่ว่ายวนเวียนให้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับสู่ ย่างกุ้ง 

นำท่านชม วัดพระหินอ่อน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า จากนั้นนำชม ปางช้างเผือก ที่เป็นช้าง คู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัวจำนวน 3 เชือก ต้องตามคชลักษณะของช้างเผือกทุกประการ

เที่ยง : บริการอาหาร กลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนู..เป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร

หลังอาหาร นำท่านช็อปปิ้งตลาด“สก๊อตมาร์เก็ต” (SCOTT MARKET) หรือ ตลาดโบ่ซกอ่องซาน ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ภายในตลาดแห่งนี้มีสินค้าจำพวกงานหัตถกรรมของพม่าให้เลือกซื้อหามากมาย  อาทิ อัญมณี แพรพรรณ งานฝีมือ งานแกะสลักไม้ เครื่องเขิน ตุ๊กตา เครื่องดนตรี โสร่ง ย่าม เครื่องหวาย และภาพวาด จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินย่างกุ้ง 

16.30 น. : ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Myanmar Airways เที่ยวบินที่ 8M331

18.15 น. : เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

------------------ ขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ --------------------

อัตราค่าบริการ : 
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน เด็กเสริมเตียงพักรวมกับผู้ใหญ่ เด็กไม่เสริมเตียงพักรวมกับผู้ใหญ่ ค่าพักเดี่ยว
มกราคม : 21-24// 28-31    โรงแรม 4 ดาว 18,900 /ท่าน 18,900 /ท่าน 17,900 /ท่าน 6,000.-
กุมภาพันธ์ : 11-14// 20-23 โรงแรม 4 ดาว 18,900 /ท่าน 18,900 /ท่าน 17,900 /ท่าน 6,000.-
มีนาคม : 12-15// 24-27      โรงแรม 4 ดาว 18,900 /ท่าน 18,900 /ท่าน 17,900 /ท่าน 6,000.-

 

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ชั้นประหยัด (ตั๋วกรุ๊ป)
  • ค่าโรงแรมที่พัก 3  คืนตามรายการที่ระบุ
  • ค่าอาหาร, ค่าพาหนะตามที่ระบุไว้ในรายการ 
  • ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำเที่ยว  
  • ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท,พม่า 10 USD
  • ค่าประกันภัยอุบัติเหตุในการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  • ค่ารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน

 อัตรานี้ไม่รวม

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และ คนขับรถ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว นอกเหนือจากรายการ

 

เอกสารประกอบในการขอวีซ่า

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือก่อนเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • รูปถ่ายสีหน้าตรง 1.5 - 2 นิ้วเท่านั้น พื้นหลังสีขาวเท่านั้นจำนวน 2 รูป (ไม่ใช่รูปสติกเกอร์)

เงื่อนไขการเก็บเอกสาร และขอยื่นวีซ่า

  • ระยะเวลาในการยื่นวีซ่าปกติ 7 วันทำการ
  • เอกสารการขอวีซ่า ต้องส่งถึงบริษัท อย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางไม่รวม เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์
  • หาก ยื่นเอกสาร ล่าช้ากว่ากำหนด บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการชำระค่าวีซ่าด่วน
  • กรณีส่งรูปถ่าย ไม่ถูกต้อง เช่น พื้นหลังเป็นสีฟ้า บริษัทฯจะไม่สามารถดำเนินการยื่นเรื่องวีซ่าให้ได้ เนื่องจากผิดกฎระเบียบการขอยื่นวีซ่า

การจองทัวร์และการชำระเงิน

ทางบริษัทฯ ขอรับเงินมัดจำท่านละ 5,000 บาท สำหรับการจองทัวร์ พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางเพื่อสำรองที่นั่ง ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วัน พร้อมหนังสือเดินทางเล่มจริงที่มีอายุเหลือก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 6 เดือน โดยมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้าและรูปถ่ายสีหน้าตรง (ห้ามใช้รูปขาวดำ) ขนาด1.5นิ้ว–2นิ้ว ท่านละ2 รูป

 

เงื่อนไขการยกเลิก

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจองทัวร์ ในกรณีทำการจองเข้ามา แต่ไม่ได้ชำระค่ามัดจำตามวันเวลาที่บริษัทฯกำหนดให้ต้องชำระ เนื่องจากจะทำให้เสียโอกาสในการจองทัวร์ของท่านอื่น
  • กรณีที่บริษัทฯได้ทำการ ออกตั๋วกับสายการบินเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯจะไม่ดำเนินการคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้ท่าน ไม่ว่าจะในกรณีไดก็ตาม เนื่องจากเป็นระบบการออกแบบหมู่คณะ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจราณา การคืนเงินในกรณี เกิดการยกเลิกการจองทัวร์ ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

หมายเหตุ

  • บริษัทฯมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสม
  • บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน
  • ขอสงวนการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย 
  • ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น การล่าช้าของเที่ยวบิน การประท้วง การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล และความเสียหายที่ทางบริษัท ฯ ไม่สามารถควบคุมได้ จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น