บันทึกนักเดินทาง >> ทริปเที่ยวญี่ปุ่น

บันทึกการเดินทางทริป JAPAN –HAPPY NEW YEARS 2014 (ตอนที่ 2)

17 ตุลาคม 2558

วันที่สี่ของการเดินทางวันที่  31 ธันวาคม 2556

ภูเขาไฟฟูจิ – ฟูจิเทน สกี รีสอร์ท – โอชิโนะฮัคไค – โตเกียว – ช้อปปิ้งชินจูกุ

 

CHECK OUT จากโรงแรมเรียบร้อยแล้ว คณะเราเดินทางสู่ ฟูจิเท็น รีสอร์ท ซึ่งอยู่ไม่ห่างกับโรงแรมที่พักของเรานัก ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ก็มาถึงรีสอร์ทแล้ว ภายในรีสอร์ทก็จะมีกิจกรรมต่างๆให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สกี แระดานเลื่อนหิมะ สโนว์บอร์ด และเก็บภาพหิมะสวยๆกลับไปเป็นที่ระลึกกันด้วย

 

กิจกรรมภายในฟูจิเท็น รีสอร์ท

 

จากนั้นไปเที่ยว ภูเขาไฟฟูจิ คนญี่ปุ่นจะเรียกว่า ฟูจิซัง เกิดจากการระเบิด ปะทุเอาลาวาและเถ้าถ่านออกมาและกองทับถมกันจนมีรูปร่างสมส่วนรูปกรวยคว่ำ ยอดบนสุดอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,776 เมตร และมีสันเขาเอียงทำมุม 45 องศา แล้วแผ่ออกไปจนถึงพื้นดิน วัดความยาวรอบฐานได้ 125 กิโลเมตร ฟูจิ เป็นภูเขาไฟที่ไม่ค่อยมีหินแข็ง แต่ก็จะมีเศษหินจากลาวา เถ้าถ่านเกาะกันอยู่ ภูเขาไฟฟูจิระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ ปี พ.ศ.2250 เศษเถ้าถ่านลอยไปตกไกลจนถึงกรุงโตเกียว ซึ่งห่างจากภูเขาไฟประมาณ 100 กิโลเมตร อาณาเขตของภูเขาไฟฟูจิ กินเนื้อที่คลอบคลุมอยู่ในเขต 2 จังหวัด คือ จังหวัดยามานาชิ และ จังหวัดชิสึโอกะ

ภูเขาไฟฟูจิ จะมีทั้งหมด 10 ชั้น เริ่มจากชั้นที่ 1 ที่อยู่ติดพื้นราบ และเรียงกันไปจนถึงชั้น 10 ซึ่งอยู่จุดบนสุดที่ระดับความสูง 3,776 เมตร ในแต่ละปีจะมีฤดูกาลปีนภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งจะอยู่ระหว่างวันที่ 1 ก.ค.-31 ส.ค. ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ซึ่งบนยอดภูเขาไฟมีหิมะเหลืออยู่ไม่มาก การที่จะไปปีนเขา ช่วงฤดูนี้จึงจะมีความปลอดภัยกว่าฤดูกาลอื่นๆ ชั้นที่ 1-5 ของภูเขาไฟ สามารถขับรถขึ้นไปชมวิวได้ ชั้น 5 จะเป็นจุดที่รถสามารถขึ้นไปได้สูงสุด อยู่ที่ระดับความสูง2,305 เมตร ในบริเวณชั้น 5 ก็จะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ในรูปแบบของภูเขาไฟฟูจิ แต่ในช่วงนี้ที่คณะเรามาเยือน สามารถขึ้นได้แค่ชั้น 1 เนื่องจากว่าหิมะตกหนามาก ทำให้ไม่สะดวกกับการเดินทาง และความปลอดภัยสักเท่าไหร่ ทางอุทยานจึงปิดไม่ให้ขึ้นค่ะ

 

MT.ฟูจิ ที่ตั้งตระหง่าน ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชื่นชมความงามได้อย่างไม่ขาดสาย

 

ภูเขาไฟฟูจิ เป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่โดดเด่นมาก ซึ่งถ้าคิดจะมาเที่ยวญี่ปุ่น ที่แรกที่นึงถึงก็ต้องเป็นภูเขาไฟฟูจิ ชื่อนี้ตั้งโดยชาวไอนุ เป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิมที่ถูกไล่ที่ ก่อนที่จะหนีไปอยู่เกาะฮอกไกโด โดยที่ขนานนามภูเขาลูกนี้ตามชื่อเทพธิดา ฟูชิ (FUSHI) หรือเทพธิดาแห่งไฟที่พวกเขานับถือ เช่นเดียวกับผู้นับถือศาสนาชินโต เชื่อว่าบนยอดภูเขาเป็นที่ที่มีเทพเจ้าสถิตอยู่ จนพระจักรพรรดิในสมัยนั้นทรงมีพระบัญชาให้สร้างศาลเจ้าขึ้นบนยอดภูเขาไฟ ซึ่งยังมีให้เห็นจนถึงปัจจุบันนี้ แล้วไปทานอาหารกลางวันกันต่อเลยค่ะ

 

อาหารกลางวันก่อนช็อปปิ้งค่ะ

 

สบายท้องกันแล้วก็ไปช็อปปิ้งกันเลยค่ะ ที่ โกเท็มบะ เอาท์เล็ต แหล่งรวมสินค้านำเข้าและสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นโกอินเตอร์มากมายกับ คอลเลคชั่นเสื้อผ้าล่าสุด เช่น  MK MICHEL KLEIN, MORGANo, ELLE, CYNTHIA ROWLEY, DIFFUSIONE TESSILE และเลือกซื้อกระเป๋าไฮไซ เช่น BALLY,  PRADA, GUCCI, DIESEL, TUMI, GAP  เลือกดูเครื่องประดับ และนาฬิกาหรูอย่าง เช่น TAG HEUER, AGETE, S.T.DUPONT, TASAKI, LONGINES  รวมถึงรองเท้าแฟชั่น  เช่น HUSH PUPPIES, SCOTCH GRAIN, SKECHERS, HOGAN  หรือเลือกซื้อสินค้าสำหรับคุณหนู  AIGLE, BANDAI ASOBI, HAKKA KIDS, MIKI HOUSE และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย ด้านหน้าทางเข้าจะมีแผนที่แจกนะค่ะ

 

โกเท็มบะ เอาท์เล็ต เลือกแบรนด์ที่ชอบได้ตามสบายค่ะ

 

หลังจากนั้นก็เดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่เมืองโตเกียว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ถ้ารถติดอาจจะใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียวนะค่ะ เนื่องจากช่วงนี้เป็นเทศกาลปีใหม่ นักท่องเที่ยวไม่ว่าเป็นชาวต่างชาติ หรือคนญี่ปุ่นเองก็เดินทางมาเที่ยวที่กรุงโตเกียวเป็นจำนวนมาก

โตเกียว เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่มาตั้งแต่ พ.ศ.2146 จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งในแต่ก่อนจะมีเมืองเกียวโต เป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น สมัยก่อนเมืองโตเกียว มีชื่อเรียกว่า “เอโดะ” โดยมีโชกุนอิเอยาสุ โทกุงาวะ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนองค์พระจักรพรรดิที่ทรงประทับอยู่ที่พระราชวังในเกียวโต

เมืองเอโดะได้กลายเป็นศูนย์กลางการปกครองการค้า เศรษฐกิจการค้าและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และเจริญรุ่งเรืองอยู่ได้ตลอดระยะเวลา 263 ปีของสมัยเอโดะ เมื่อระบบโชกุนเสื่อมอำนาจลง ญี่ปุ่นก้าวสู่ยุคปฎิรูปเมจิ ด้วยการฟื้นฟูอำนาจของจักรพรรดิกลับมา จักรพรรดิเมจิ จึงทรงเปลี่ยนชื่อจาก เอโดะ เป็น โตเกียว ซึ่งหมายความว่า “นครหลวงแห่งตะวันออก” และย้ายมาประทับอยู่ที่ปราสาทเอโดะ ใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งก็คือพระราชวังอิมพีเรียลในปัจจุบันนั่นเองค่ะ

กรุงโตเกียวมีการพัฒนาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผ่านความทุกข์ยากมาทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2466 และสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดไปมากกว่า 100 ครั้ง จึงทำให้ปัจจุบันนี้ ไม่มีโบราณสถานให้ชมกันมากนักในเมืองนี้ จะต่างกับเมืองเกียวโตที่คณะเราได้ไปเที่ยวมาแล้วค่ะ เพราะเมืองนั้นจะมีโบราณสถานหลงเหลือให้ชมมากมาย

พอเข้ามาถึงเมืองโตเกียวแล้วนำทุกท่านเข้าโรงแรมที่พักของเราคืนนี้ โรงแรม NEW CITY HOTEL SHINJUKU ซึ่งโรงแรมของเราอยู่ใกล้กับย่านช็อปปิ้งเลยค่ะ นั่งรถไปไม่ถึง 10 นาที สามารถเดินช็อปปิ้งกันได้เลย หลังจากที่แยกย้ายเข้าห้องพัก แล้วเก็บสัมภาระ มาเจอกันที่ล็อบบี้ แล้วก็ไปช็อปปิ้งกันได้เลยค่ะ รถของเรามาส่งที่หน้าห้าง PEPE เชิญทุกท่านช็อปปิ้งได้ตามอัธยาศัย รถของเราจะมารับเวลา 2 ทุ่มตรงค่ะ แต่ถ้าท่านไหนที่ต้องการกลับหลังจากนั้นก็สามารถนั่งแท็กซี่กลับเองได้เลยนะค่ะ

 

ช็อปปิ้งย่านชินจูกุค่ะ

 

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะพักโรงแรมในญี่ปุ่น และเป็นคืนสุดท้ายของปี 2556 ขอให้ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน ในการท่องเที่ยวทริปนี้นะค่ะ เรานับถอยหลังสู่ปี 2557กันที่เมืองโตเกียว แต่การฉลองปีใหม่ของคนที่นี่ จะไม่ครึกครื้นเหมือนอย่างบ้านเรา เนื่องจากว่าคนญี่ปุ่น เมื่อถึงเวลาช่วงปีใหม่นี้ จะไปไหว้เจ้า สวดมนต์ ขอพรที่ศาลเจ้าเป็นส่วนใหญ่ ร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะปิดเร็วขึ้นค่ะ คืนนี้หลังจากเดินเที่ยวชมและช็อปปิ้งที่เมืองโตเกียวแล้วกลับมาพักผ่อน เตรียมตัวช็อปต่อวันพรุ่งนี้นะค่ะ

 

วันที่ห้าของการเดินทางวันที่  01 มกราคม 2557

โตเกียว – วัดอาซากุสะ – โตเกียว สกาย ทรี (ถ่ายรูป) 

ฮาราจูกุ – โอไดบะ -ห้าง DIVER CITY TOKYO PLAZA 

ห้าง วีนัสฟอร์ต – ห้าง AQUA CITY & DECKS – สนามบิน ฮาเนดะ   

 

อรุณสวัสดิ์ และสวัสดีปีใหม่ 2557 ค่ะ รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ก่อนช็อปปิ้งกันค่ะ

 

อาหารเช้า โรงแรม NEW CITY HOTEL SHINJUKU

 

เช้านี้ไปไหว้พระที่ วัดเซ็นโซจิ หรือ วัดอาซากุสะ วัดนี้เป็นวัดที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งมีองค์เล็กเพียง 5 นิ้ว มีตำนานเรื่องเล่าอยู่ว่า มีชาวประมงสองพี่น้องได้ติดแหมาจากแม่น้ำซูมิดะที่อยู่ใกล้ๆ แม้จะทิ้งลงแม่น้ำสักกี่ครั้ง องค์เจ้าแม่ก็ติดแหขึ้นมาด้วยอีกทุกครั้ง ทั้งสองพี่น้องจึงได้สร้างวัดขึ้น เพื่อให้เป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิม ตั้งแต่ปี พ.ศ.1171 และปัจจุบันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว ที่นิยมมาเที่ยวกันมากในเมืองโตเกียว

 

ด้านหน้าวัดเซ็นโซจิ – ประตูคามินาริม่อน

 

ด้านหน้าของวัดนี้ สิ่งแรกที่ได้เห็นคือ ประตูคามินาริม่อน ซุ้มประตูทางเข้าวัดที่มีโคมสีแดงอันใหญ่แขวนอยู่ ด้านซ้ายมือ จะมีรูปปั้นเทพเจ้าแห่งสายฟ้า ด้านขวามีรูปปั้นเทพเจ้าแห่งสายลม บางทีจะเรียกประตูนี้ว่า ประตูสายฟ้า ส่วนโคมไฟที่แขวนอยู่นั้น เป็นโคมกระดาษสูง 3.3 เมตร น้ำหนักถึง 100 กิโลเลยนะค่ะ พอเดินเข้าไปด้านในก็จะเป็นถนนคนเดิน ถนนช็อปปิ้งนากามิเซะ  ยาวเข้าไปจนถึงหน้าวัด สักประมาณ 300 เมตรได้ค่ะ สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ขายพวกของฝาก ที่ระลึกต่างๆ รวมทั้งขนมพื้นเมืองที่ทำขายกันสดๆ ใส่กล่องน่ารักๆ ให้ได้เลือกชิม และซื้อของที่ระลึกกลับไปฝากทางบ้านค่ะ

 

ถนนนากามิเซะ 

 

พอเดินจนสุดถนนก็จะเจอทางเข้าวัด ซึ่งจะมีประตูใหญ่อีกประตูหนึ่ง คือ ประตูโฮโซม่อน หรือประตูมหาสมบัติ เป็นประตูไม้หลังคา 2 ชั้น มีโคมไฟสีแดงดวงใหญ่ห้อยอยู่ตรงกลางทางเข้า เหมือนกันกับประตูสายฟ้า ประตูแรกที่ผ่านมา

 

ประตูโฮโซม่อน

 

ผ่านประตูเข้ามา มองไปทางซ้ายมือจะเห็นเจดีย์ 5 ชั้น หรือ โกโจ-โนะ-โตะ  ตั้งอยู่ ความสูง 64 เมตร เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ในปี 1973 เจดีย์ของเดิมสร้างตั้งแต่ปี 942

 

เจดีย์ 5 ชั้น

 

ด้านหน้าศาลาวัดจุมีกระถางถูปขนาดใหญ่ หรือ โอโคโระ อยู่ด้วย คนญี่ปุ่นเชื่อว่า เวลาจุดธูปไหว้ขอพรแล้ว เมื่อเอาธูปไปปัก แล้วจะปัดเอาควันเข้าหาตัว  บางคนจะเอาลูบไปตามใบหน้าและศรีษะ เพราะว่าจะทำให้โชคดี และเพื่อความเป็นศิริมงคล และยังมีไม้เขียนขอพร เสี่ยงเซียมซีเหมือนในศาลเจ้า

 

กระถางธูปและไม้เขียนขอพร เพื่อความเป็นศิริมงคล

 

ถัดเข้ามาก็จะเจอศาลาใหญ่ หรือ ฮอนโดะ เป็นศาลาที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็กมากมองแทบไม่เห็น เนื่องจากมีขนาดรอบองค์เล็กมาก ความยาว 34.5 เมตร กว้าง 32.7 เมตร คนญี่ปุ่นเรียกเจ้าแม่กวนอิมว่า “คัน-นง” องค์นี้เป็นองค์จำลองนะค่ะ ส่วนองค์จริงนั้นไม่ได้นำออกมาให้ได้ชม องค์จริงจะทำจากทองคำทั้งองค์ และศาลาที่ก็ได้สร้างขึ้นใหม่แทนหลังเดิม ที่ได้รับความเสียหายจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการทิ้งระเบิดในช่วงนั้น

 

ศาลาที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม

 

ไหว้พระขอพรกันแล้ว ไปเก็บภาพสวยๆ ริมแม่น้ำซูมิดะ กับวิวหอคอย TOKYO SKY TREE ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความสูงทั้งหมด 634 เมตร จะมีจุดชมวิวชั้นแรกอยู่ที่ระดับความสูง 350 เมตร เหนือขึ้นไปกว่านั้นจะเป็นที่ระดับความสูง 450 เมตร ให้ได้ชมวิวกันอีก ส่วนที่เหลือจนถึงส่วนที่สูงที่สุดจะเป็นเสาส่งสัญญาณของสถานีโทรทัศน์  หอคอยนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2006  เปิดให้ใช้บริการปี 2012 การก่อสร้างใช้เงินลงทุนประมาณ 5 พันล้านเย็น

 

ริมแม่น้ำซูมิดะ วิวหอคอย TOKYO SKY TREE

 

หลังจากนั้นก็ไปช็อปปิ้งกันเลยค่ะ เราไปช็อปปิ้งกันที่ ย่านกินซ่า ในย่านนี้จะมีห้างสรรพสินค้ามากมาย มีร้านช็อปของแบรนด์เนมตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนมตะวันตก หรือแบรนด์เนมของญี่ปุ่นเอง นับว่าย่านนี้เป็นแหล่ง ช็อปปิ้งแบบไฮโซเลยทีเดียวค่ะ ส่วนอาหารกลางวันมื้อนี้เราทานตามอัธยาศัย เชิญเลือกร้านได้ตามสบายเลยค่ะ

 

ย่านกินซ่า

 

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ย่านโอไดบะ ไปยัง “DIVERCITY TOKYO PLAZA” แหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “THEATRICAL CITY SPACE” แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่มีร้านค้าต่าง ๆ มารวมตัวกันอยู่กว่า 150 ร้าน และยังเป็นที่ตั้งของ GUNDAM FRONT Tokyo ที่ซึ่งเป็นเสมือนหน้าตาของ DIVERCITY TOKYO PLAZA แห่งนี้เลยก็ว่าได้

 

ห้าง DIVERCITY TOKYO PLAZA

 

GUNDAM FRONT TOKYO ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น THEME PARK  แห่งใหม่ที่จะบอกผ่านความยิ่งใหญ่ของ GUNDAM ไปทั่วโลกสิ่งแรกที่พลาดไม่ได้ก็คือ การถ่ายรูปคู่กับเจ้าหุ่นยนต์ GUNDAM RG1/1 RX-78-2 GUNDAM Ver.GFT ขนาดเท่ากับของจริงด้วยอัตราส่วน 1:1 ซึ่งเคยสร้างความฮือฮามาแล้วเมื่อปี 2009 มีความสูงถึง 18 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ที่ลานกว้างด้านทิศใต้ของ  “DIVER CITY TOKYO PLAZA” และในช่วงค่ำ ๆ ก็จะมีการเปิดไฟประดับให้กับเจ้าหุ่นยักษ์นี้ด้วยสำหรับ GUNDAM FRONT TOKYO” นั้นนับว่าเป็น THEME PARK แห่งแรกที่ทำให้เหล่าแฟน ๆ ของ GUNDAM สามารถสัมผัส และเข้าถึง GUNDAM WORLD ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

GUNDAM ด้านหน้าของห้าง DIVERCITY TOKYO PLAZA

 

จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งกันต่อที่ “วีนัสฟอร์ต” แหล่งช้อปปิ้งในร่มที่ตกแต่งแบบยุโรปสมัยศตวรรษที่ 18 ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้ากว่า 150 ร้านภายใต้หลังคาท้องฟ้าจำลองที่สามารถเปลี่ยนสีเป็นสว่างจ้าหรือมืดครึ้มคล้ายฝนตกได้ตามแต่จะตั้งโปรแกรม จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งต่อที่ AQUA CITY และ DECKS ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวโตเกียว สถานที่ออกเดทของหนุ่มสาวญี่ปุ่นที่ได้รับการโหวตว่า “โรแมนติกที่สุด” ของโตเกียว สามารถมองเห็น “สะพานเรนโบว์” ที่พาดผ่านจากโอไดบะสู่เมืองโตเกียว โดยมี หอคอยโตเกียว สัญลักษณ์ของเมืองตั้งตระหง่านอยู่ รวมทั้ง เทพีสันติภาพ เวอร์ชั่นญี่ปุ่นยืนถือคบเพลิงอยู่ริมอ่าวโตเกียว

 

 

สะพานสายรุ่งและเทพีสันติภาพ เวอร์ชั่นญี่ปุ่นค่ะ

 

หลังจากที่ช็อปปิ้งซื้อของฝากอย่างจุใจแล้ว ก็เดินทางเพื่อกลับเมืองไทยกันเลยค่ะ จากที่บ้านมาตั้งหลายวัน เริ่มคิดถึงบ้านกันแล้ว  ขากลับเราขึ้นเครื่องที่สนามบินฮาเนดะ เมืองโตเกียวนะค่ะ จากห้าง DIVERCITY TOKYO PLAZA ไปถึงสนามบินฮาเนดะ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างนี้ขอตัวแพ็คของฝากรอ แล้วไปช็อปที่สนามบินกันต่ออีกรอบนะค่ะ เสร็จแล้วก็เตรียมตัวขึ้นเครื่องกันเลยค่ะ

 

วันที่หกของการเดินทางวันที่  02 มกราคม 2557

สนามบินฮาเนดะ – กรุงเทพฯ 

 

คณะเราเดินทางกลับโดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 621 จากสนามบินฮาเนดะ เมืองโตเกียว – กรุงเทพ เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมงนะค่ะ เครื่องออกประมาณเที่ยวคืนครึ่ง ไปถึงกรุงเทพประมาณ ตี 5 ครึ่ง ขอตัวหลับก่อนนะค่ะ แล้วเจอกันที่เมืองไทยค่ะ  เราถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 โดยสวัสดิภาพ จบทริปนี้โดยความสนุกสนาน ขอขอบคุณลูกค้าที่น่ารักทุกท่านค่ะ ที่ให้โอกาสทางบริษัท SPiRiT OF THE WORLD ของเราได้ให้บริการทุกท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางบริษัทของเราจะได้ให้บริการทุกท่านอีกครั้ง ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยนะค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ แอนเล็ก หัวหน้าทัวร์

 


 

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น