บันทึกนักเดินทาง >> ทริปเที่ยวฮ่องกง

ไหว้เทพแชกง หมุนกังหันเปลี่ยนดวงชะตา ที่ฮ่องกง

03 พฤษภาคม 2560

สวัสดีค่ะ รอบนี้ห้ามพลาด!! แอนเล็กจะพาไปขอพรจากเทพแชกงหมิว วัดกังหันลม ที่ชาวฮ่องกงให้เลื่อมใสเป็นอย่างมาก ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเรา วัดนี้ก็เทียบได้กับวัดพระแก้ว ถ้าไปฮ่องกงแล้วจะพลาดไม่ได้ ที่จะขอพรเรื่องธุรกิจ การงาน และโชคลาภบอกได้เลยว่า ถ้าไปฮ่องกง แล้วไม่ได้ไปไหว้ที่วัดนี้ ก็เหมือนกับว่าไปยังไม่ถึงฮ่องกงนะคะ 

วัดแชกงหมิว (CHE KUNG TEMPLE) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดกังหันลม” วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งชาวฮ่องกงให้ความเลื่อมใส ศรัทธา ของเทพแชกง ซึ่งเป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมาอย่างช้านาน 

 

วัดแชกงหมิว

มีตำนานเล่าว่า มีหมู่บ้านหนึ่งเป็นหมู่บ้านที่ทำมาค้าขาย คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่แล้วทำอาชีพค้าขาย ต่อมาได้มีโจรสลัดจะยกกองทัพมาปล้นสะดมหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งกองทัพโจรสลัดนี้ ขึ้นชื่อในความโหดร้ายเป็นอย่างมาก เมื่อยกทัพไปปล้นที่ใด จะฆ่าคนในหมู่บ้านให้ตายหมดเสียก่อน ค่อยหาเก็บของมีค่าทีหลัง ไม่ยกเว้นแม้แต่คนแก่ ผู้หญิงและเด็ก จึงทำให้คนในหมู่บ้านเกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก จึงได้ประชุมกันหาทางที่จะรอดพ้นจากการปล้นสะดมของกองทัพโจรสลัดในครั้งนี้ ด้วยคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพค้าขาย จึงไม่มีทางที่จะไปสู้รบ ปรบมือกับโจรสลัดได้ จะให้อพยพหนีเอาชีวิตรอด ชาวบ้านก็ไม่อยากจะทิ้งบ้าน ทิ้งสมบัติไป จึงได้เขียนจดหมายคำร้องไปขอความช่วยเหลือจากทางการ ให้ยกกองทัพทหารมาช่วย แต่ในสมัยนั้นการสื่อสารไม่สะดวกสบายเหมือนกับสมัยนี้ กว่าจดหมายคำร้องของชาวบ้านจะส่งไปถึงทางการ และกว่าที่กองทัพทหารจะเดินทางมาถึงหมู่บ้านก็คงต้องใช้เวลานาน กลัวว่าจะมาช่วยไม่ทัน จึงมีชาวบ้านหลายคนอพยพหนีเข้าป่า เพื่อเอาชีวิตรอด และมีหญิงคนหนึ่งกำลังจะอพยพหนีเช่นกัน เพราะสามีของเธอ ได้ออกเรือสำเภา เพื่อไปค้าขายต่างเมือง ซึ่งแต่ละครั้งก็ใช้เวลาแรมเดือนกว่าจะกลับมา เธออุ้มหลานชาย และจูงลูกสาว หนีเข้าไปในป่าลึก ในระหว่างทางลูกสาวเธอได้ส่งเสียงร้องไห้ดังลั่นป่า ด้วยความเจ็บที่เดินในป่ารก และในขณะนั้นเธอได้พบกับชายคนหนึ่ง ซึ่งมีรูปร่างตัวสูงใหญ่ แต่งตัวเหมือนนายทหาร ได้เห็นดังนั้นเธอจึงรีบตรงเข้าไปหาทันที และขอความช่วยเหลือ นายทหารท่านนั้นจึงถามว่า “เจ้ามาทำอะไรในป่าลึกเช่นนี้ แล้วทำไมเจ้าถึงไม่อุ้มเด็กผู้หญิง และจูงเด็กผู้ชาย” เพราะโดยธรรมชาติแล้วเด็กผู้ชายจะมีความแข็งแรงกว่าเด็กผู้หญิง เธอจึงตอบไปว่า “ข้าและลูกสาวยอมตายได้ไม่เป็นไร ขอเพียงให้หลานชายมีชีวิตรอด” เนื่องจากคนจีนสมัยก่อนจะชอบมีลูกชายและหลานชายอย่างมาก เพื่อเอาไว้สืบสกุล เธอจึงขอให้นายทหารช่วยเหลือ ให้ยกทัพไปช่วยหมู่บ้านของเธอ ให้รอดพ้นจากการปล้นของโจรสลัดในครั้งนี้ด้วย แต่นายทหารผู้นั้นปฏิเสธ เพราะว่ามีภารกิจที่สำคัญไม่แพ้กันที่ต้องไปทำ แต่ก่อนจากไปนายทหารผู้นั้นได้บอกให้หญิงสาวกลับไปที่หมู่บ้าน แล้วเอากระดาษมาพับเป็นรูปกังหันจีนโบราณ เสียบไว้ที่หน้าบ้าน แล้วเมื่อโจรสลัดยกทัพมาถึงหมู่บ้าน ให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ห้ามออกไปไหน หญิงสาวได้ฟังดังนั้นจึงรีบกลับไปยังหมู่บ้าน และกระจายข่าวให้คนในหมู่บ้านทำตาม 

 

 

วัดแชกุง หรือที่นิยมเรียกกันว่า วัดกังหันลม

ด้วยความที่เชื่อว่าอาจจะเป็นแผนการของนายทหารที่จะยกทัพมาช่วยที่หมู่บ้าน แล้วต่อมาไม่นานกองทัพโจรสลัดก็ได้ยกทัพมาใกล้กับหมู่บ้าน แต่เหมือนมีปาฏิหารย์ เพราะกองทัพโจรสลัดหาทางเข้าหมู่บ้านไม่เจอ พอเวลาผ่านไปหลายวัน ทำให้เสบียงอาหารลดน้อยลง และไม่มีวี่แววที่จะเจอหมู่บ้านนี้ จึงทำให้โจรสลัดคิดว่า หมู่บ้านนี้อาจจะไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงคำร่ำลือเท่านั้น จึงได้ยกทัพผ่านไป  หลังจากที่ได้รอดพ้นจากการปล้นครั้งนี้ คนในหมู่บ้านก็ได้ให้หญิงสาวผู้นั้น มาบอกถึงลักษณะนายทหารที่เธอได้ไปพบเจอมา ชาวบ้านจึงสันนิษฐานกันว่า น่าจะเป็นองค์แชกุง ที่แปลงกายลงมาช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้ เพราะในครั้นที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านแชกง เป็นแม่ทัพปราบศึก ทุกแคว้นเขตแดนแผ่นดินใหญ่ต่างก็ยำเกรงต่อกำลังพลที่กล้าหาญในกองทัพของท่าน ยามที่ออกรบเพื่อต้านข้าศึกศัตรูทุกทิศทาง ทุกๆครั้ง ท่านใช้สัญลักษณ์รูปกังหัน 4 ใบพัด ติดไว้ด้านหน้าขบวนในกองทัพ เหล่าทหารกล้ามีความเชื่อว่าเมื่อพกพาสัญลักษณ์รูปกังหันนี้ไป ณ ที่ใด ๆ กังหันนี้จะช่วยเสริมสิริมงคล นำพาแต่ความโชคดี มีอำนาจเข้มแข็ง เสริมกำลังใจให้แก่กองทัพของท่าน ชื่อเสียงในการนำทัพสู้ศึกของท่าน จึงเป็นตำนานที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ เรื่องของกังหันลมที่พัดพาเอาสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต เชื่อว่าการหมุนกังหันกลับทิศ จะช่วยหมุนชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีได้ หลังจากนั้นชาวบ้านจึงได้สร้างวัด และนำไม้มาแกะสลักรูปปั้น ท่านแชกุง ไว้สักการบูชาในวัดนี้ด้วย 

ไหว้เทพแชกุง หมุนกังหันนำโชค เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตค่ะ

เมื่อ 300 กว่าปีที่แล้วเดิมทีวัดนี้เป็นวัดเล็ก ๆ เป็นวัดที่เก่าแก่และอนุรักษ์โบราณสถาน ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของเรือนใหม่ วัดเรือนใหม่สร้างเสร็จในปี 1993 บนเนื้อที่ 50,000 ตารางฟุต ด้านในมีรูปปั้นสูงใหญ่ของท่านแชกงซึ่งเป็นเทพประจำวัดแห่งนี้ ซึ่งทางด้านข้างมีอาวุธรบของทหารแบบโบราณ และมีกังหันอยู่หลายตัว มีกลองด้านละตัว ประชาชนที่เข้าวัดแชกงจะต้องหมุนกังหัน หรือที่เรียกว่า "กังหันนำโชค"  เพื่อหมุนแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต และก่อนที่ท่านจะออกจากวัดจะต้องตีกลองให้เสียงดังสนั่นเพื่อความเป็นสิริมงคล 

ศาลหลังเก่า ของเทพแชกุง

 

ขั้นตอนการไหว้เทพแชกงนั้น เริ่มตั้งแต่เดินเข้ามาภายในวัด ด้านหน้าจะมีชุดสะเดาะเคราะห์พร้อมธูป ให้เช่าบูชา ราคาจะแตกต่างกันไป สังเกตได้จากขนาดของธูป ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 38 เหรียญฮ่องกง จนไปถึง 3,000 กว่าเหรียญก็มีค่ะ เมื่อบูชามาแล้ว จะมีกระดาษสะเดาะเคราะห์ที่เขียนอักษรภาษาจีน ให้เราเขียนชื่อ-นามสกุล ของตัวเองและคนในครอบครัว เสร็จแล้วเดินไปรับธูปที่เจ้าหน้าที่วัดจุดไว้ให้ด้านซ้ายมือ หันหน้าออกมาทางหน้าวัด คำนับ 3 ครั้ง เพื่อไหว้ฟ้าดิน ขอเปิดทาง เสร็จแล้วหันหลังกลับมาและคำนับ 3 ครั้ง และจะมีซินแสนำทำพิธี โดยจะพูดภาษาฮ่องกง ในขณะนั้นให้เราระลึกถึงองค์แชกง จนกว่าซินแสจะสวดคาถาจบ โดยจะลงท้ายให้เราพูดตาม ว่า เฮงๆ รวยๆ เสร็จแล้วปักธูป และรับธูปเล็กเพื่อไปไหว้ด้านใน จากนั้นเดินเข้ามาด้านใน จะเห็นรูปปั้นองค์แชกุง สูงเท่าตึก 2 ชั้น สีทอง มองแล้วน่าเกรงขาม ยืนอยู่ตรงหน้า ให้ตั้งจิตอธิฐาน ขอพรที่คิดไว้กับท่านได้เลย และปักธูปที่กระถางด้านหน้าได้เลย ด้านข้างทั้งฝั่งซ้าย และขวามือ จะมีองค์กังหัน ให้เดินไปหมุน โดยใช้มือซ้าย หมุนตามเข็มนาฬิกา เพื่อเป็นการหมุนสิ่งไม่ดีออกไป และเอาแต่สิ่งดีดีเข้ามาค่ะ เสร็จแล้วนำใบสะเดาะเคราะห์ไปไว้ในรถเข็นที่ทางวัดเตรียมไว้ให้ แล้วทางวัดจะนำไปทำพิธีให้ เป็นอันเสร็จพิธี

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น