บันทึกนักเดินทาง >> ทริปเที่ยวพม่า

พม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี อินทร์แขวน เมืองสิเรียม 3 วัน 4 คืน

23 ธันวาคม 2558

บันทึกนักเดินทาง พม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี อินทร์แขวน เมืองสิเรียม 3 วัน 4 คืน 23 – 26 พฤษภาคม 2556 วันแรกของการเดินทาง 23 พ.ค. 2556 กรุงเทพฯ - ย่างกุ้ง เวลา 16.30 น. คณะทัวร์ของเราก็มาพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ N 01 - 04 สายการบิน Myanmar Airways จะมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ พร้อมป้ายต้อนรับ SPiRiT Of The World คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเอกสารการเดินทางแก่ท่าน เมื่อผ่านขั้นตอนเช็คอิน ผ่าน ตม. เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เครื่องบินออกเวลา 19.15 น. สายการบิน Myanmar Airways เที่ยวบินที่ 8M332 ผ่านไปยังไม่ทันจะเมื่อยเลยนะคะเราก็เดินทางมาถึง สนามบินมิงกาลาดง ประเทศพม่า ในเวลา 20.00 น. ซึ่งเวลาท้องถิ่นที่พม่าช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง สนามบินมิงกาลาดง อยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้ง มาทางตะวันตกเฉียงเหนือ 19 กิโลเมตร หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าตัวเมืองย่างกุ้งท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของชาวย่างกุ้งตลอดสองข้างทางที่เดินทางเข้าตัวเมือง ก่อนจะถึงที่พัก เราจะนำท่านมารับประทานอาหารค่ำก่อนเข้าที่พัก ที่ภัตตาคาร JIN BAO

page1 จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก YUZANA HOTEL ซึ่งเราสามารถมองเห็นวิว มหาเจดีย์ชเวดากอง ได้อย่างชัดเจน

DSC00832

YUZANA HOTEL

20130523_225121

มหาเจดีย์ชเวดากองที่สามารถมองเห็นได้ชัดจาก YUZANA HOTEL

  วันที่สองของการเดินทาง 24 พ.ค. 2556 หลังรับประทานอาหารเช้า นำทุกท่านเดินทางไปยัง เจดีย์ชเวมอดอร์หรือเรียกอีกอย่างว่า พระธาตุมุเตา ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา ถือได้ว่า ต้อนรับวันวิสาขบูชาได้เลยทีเดียว วันวิสาขบูชา หรือ วันเพ็ญเดือน 6 นับเป็นวันที่สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนามากถึง 3 เหตุการณ์ คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกอย่างหนึ่งว่า "วันพระพุทธเจ้า" นอกเหนือไปจากนั้น วันนี้ตรงกับวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า เมื่อเราไปถึง พระธาตุมุเตาแล้ว จะเห็นได้ว่า วันนี้มีผู้คนมากมาย ที่แห่กันมาสรงน้ำใต้ต้นโพธิ์ เนื่องมาจากพระพุทธเจ้าบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มโพธิ์พฤกษ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) สำหรับ พระธาตุมุเตา นั้น เป็นพระมหาธาตุเจดีย์สำคัญที่อยู่ในเมืองพะโค (หงสาวดี) เป็นเจดีย์โบราณที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ มีการบูรณะและต่อเติมอีกหลายครั้ง ภายในเจดีย์บรรจุพระเขี้ยวแก้วไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าราชาธิราช และต่อมาในสมัยพระเจ้าธรรมเจดีย์ได้โปรดให้มีการหล่อระฆังจารึกไว้ที่ฐาน พระธาตุมุเตา แปลว่า "จมูกร้อน" ทั้งนี้เพราะกล่าวกันว่าพระมหาธาตุองค์นี้สูงมาก จนต้องแหงนหน้ามองต้องกับแสงแดด ทั้งนี้เนื่องจากพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอนั้นเป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่า พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ใช้เป็นที่ทำพระราชพิธีเจาะพระกรรณของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เมื่อครั้งพระองค์ขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ภายใต้วงล้อมของทหารมอญหลายหมื่นนายที่เป็นศัตรู แต่ก็ไม่อาจทำอะไรพระองค์ได้ เมื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้สามารถยึดพะโคเป็นราชธานีแห่งใหม่ได้สำเร็จ ในรัชกาลต่อมา คือ พระเจ้าบุเรงนองได้มีการสร้างฉัตรถวายเพิ่มเติมอีกหลายชั้น จน พระมหาธาตุสูงขึ้นอีกหลายเท่า และทรงถอดมณีที่ประดับยอดมงกุฎของพระองค์ถวายเป็นพุทธบูชาสูงสุด อีกทั้งกล่าวกันว่าก่อนที่พระองค์จะออกทำศึกคราใด จะทรงมานมัสการพระมหาธาตุนี้ก่อนทุกครั้ง ซึ่งในปัจจุบันจุดที่เชื่อว่าพระองค์ทำการสักการะก็ยังปรากฏอยู่ และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งยกทัพมาตีพะโคก็ได้เสด็จมานมัสการด้วย ในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2473 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ จนพระมหาธาตุได้พังทลายลงมา หลังจากนั้นก็ได้มีการบูรณะ แต่ซากพระมหาธาตุองค์เดิมก็ได้มีการจัดแสดงไว้ในที่เดิม 20130524_110358มุเตา

เจดีย์ชเวมอดอร์

20130524_103906

ผู้คนยังคงให้ความศรัทธาต่อยอดเจดีย์ที่หักพังลงมา

20130524_105832

ผู้คนมากมาย ที่หลั่งไหลกันมาสรงน้ำใต้ต้นโพธิ์

จากนั้น นำท่านไปยังวัดไจ๊คะวายซึ่งใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที จากพระธาตุมุเตา ที่วัดไจ๊คะวายนี้ เป็นสถานศึกษาพระธรรม คล้ายกับวิทยาลัยสงฆ์ในบ้านเราแต่พระที่มาเรียนมาศึกษาจะต้องอยู่จำวัดประจำที่นี่ รอไม่นานจะเห็นพระพม่าจำนวนหลายร้อยรูปเดินเรียงแถวออกมาจากด้านหลัง เพื่อรับบิณฑบาตรจากนักท่องเที่ยวด้วยข้าวสวยที่ทางวัดเตรียมไว้ในในหม้อใบใหญ่จากนั้นก็จะเข้าไปในอาคารฉันท์ที่สามารถจุพระภิกษุได้เป็นจำนวนหลายร้อยรูป นอกจากข้าวที่ทางวัดเตรียมไว้แล้ว สิ่งของที่คนไทยและคนทั่วๆ ไป นิยมนำมาถวายพระที่วัดแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวของเครื่องใช้เพื่อการศึกษาเช่น สมุด ปากกา ดินสอ อาหารแห้ง บางคนก็ถวายเงินตามศรัทธา หลังจากนั้นนำท่านรับประทานอาหารกลางวันณ ภัตตาคาร 555 สำหรับมื้อนี้เมนูพิเศษ คือ กุ้งแม่น้ำย่าง page3 หลังรับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อกันไปยัง พระราชวังบุเรงนอง พระเจ้าบุเรงนอง หรือ บะยิ่นเหน่าว์ เป็นพระมหากษัตริย์พม่าพระองค์ที่ 3 ในราชวงศ์ตองอู อาจเรียกได้ว่า เป็นราชาพม่าองค์ที่ชาวไทยหรือชาวต่างชาติรู้จักดีที่สุดก็ว่าได้ เนื่องด้วยเกียรติประวัติอันเลื่องลือจนมีฉายาว่า "พระเจ้าชนะสิบทิศ" พระองค์ ประสูติเมื่ออาทิตย์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือนมกราคม พ.ศ. 2059 ก่อนพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เพียง 1 เดือน คนทั่วไป เชื่อว่าพระนามเดิมของพระองค์คือ "จะเด็ด" พระเจ้าบุเรงนองนับเป็นกษัตริย์พม่าที่ทางพม่านับว่าเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ 1 ใน 3 พระองค์ ด้วยความเป็นกษัตริย์นักรบอันเป็นที่ปรากฏพระเกียรติเลื่องลือ โดยยุคสมัยของพระองค์ อาณาจักรตองอูเข้มแข็งและแผ่ไพศาลอย่างที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยครอบคลุมอาณาเขตตั้งแต่ลุ่มน้ำอิระวดีจนถึงลุ่มแม่น้ำโขง มีประเทศราชต่างๆ มากมายในภูมิภาคอุษาคเนย์ ได้แก่ หงสาวดี ล้านช้าง ไทยใหญ่ เขมร ญวน อยุธยา เชียงใหม่ เป็นต้น เชื่อกันว่า ก่อนพระองค์จะออกทำศึกคราวใด จะทรงนมัสการพระธาตุชเวมอดอ หรือที่ชาวไทยเรียกว่า พระธาตุมุเตา พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหงสาวดีก่อนทุกครั้ง พระราชวังบุเรงนองนี้ มีชื่อว่า "กัมโพชธานี" (Kamboza Thadi Palace) นับว่าเป็นพระราชวังที่ใหญ่โตสมพระเกียรติ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ปีที่ 15 ของการครองราชย์ของพระองค์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระองค์เรืองอำนาจสูงสุด พระองค์ตัดสินพระทัยเผาพระราชวังเก่าไปเนื่องจากมีการกบฏ พระราชวังกัมโพชธานีสร้างขึ้นโดยใช้แรงงานจากประเทศราชต่าง ๆ และพระองค์โปรดให้ใช้ชื่อประตูต่าง ๆ ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย(อยุธยา)ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ เป็นต้น พระเจ้าบุเรงนองสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2124 ด้วยอาการพระประชวร ขณะยกทัพไปตียะไข่ ปัจจุบัน อนุสาวรีย์ของพระองค์มีต่าง ๆ มากมายหลายที่ในประเทศพม่า page4

พระราชวังบุเรงนอง

จากนั้นเราจะเดินทางไปนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนกันนะคะ ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงจากตรงนี้ ระหว่างทางผ่านแม่น้ำสะโตง เป็นแม่น้ำในประเทศพม่ามีความยาว 420 กิโลเมตร เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง เขตปกครองพะโคกับรัฐมอญและยังเป็นแม่น้ำที่พระนเรศวรมหาราช ทรงพระแสงปืน ข้ามลำน้ำสะโตง คือ ยิงปืนคาบศิลาจากอีกฝั่งของแม่น้ำถูกแม่ทัพพม่า เสียชีวิตคาคอช้าง เมื่อปี พ.ศ. 2127 ซึ่งต่อมาพระแสงปืนกระบอกนี้ได้ถูกขนามนามว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง” ถึงบริเวณเชิงเขาไจ้ก์ทีโย (Kyaikhtiyo) หรือคิมปูนแคมป์ เพื่อขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อ พาหนะที่จะพาทุกคนขึ้นไปยังภูเขาที่ตั้งพระธาตุอินทร์แขวน เพียงครึ่งทาง ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นก็จะนั่งเสลี่ยงต่ออีกครึ่งทางค่ะ สำหรับการนั่งเสลี่ยงนี้ จะมี 4 คนหาม ให้ทิปขาไปคนละ 1,000 จ๊าด ขากลับคนละ 1,000 จ๊าดนะคะ เสลี่ยงขนาดไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งคนหามอาจจะแวะพักระหว่างทางบ้าง ตอนนี้ ก็เริ่มมีฝนปรอยๆ ลงมาอีกแล้ว ทำให้เราได้บรรยากาศการนั่งเสลี่ยงท่ามกลางสายฝน โดยเราต้องใส่เสื้อกันฝนและกางร่มกันด้วยเลยทีเดียวค่ะ page5 เดินทางถึงที่พักกันแล้วนะคะ เราพักที่โรงแรม Kyaik hto Hotel เชิญทุกท่าน นำสัมภาระกระเป๋าเดินทางเก็บที่ห้องพักกันก่อนนะคะ จากนั้นนำทุกท่านไปนมัสการพระธาตุอินทร์แขวน ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวน คือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ (สุนัข) ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต มีตำนานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาลว่า ฤๅษีติสสะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าที่ได้ทรงมอบให้ไว้เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ส่วนฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขารเต็มที เขาตั้งใจไว้ว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของเขาท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์)จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทรและนำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขาหินบางตำนานก็เล่าว่า มีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานานเมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะกษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่งซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็กแต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษีโดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา 20130524_190837

พระธาตุอินทร์แขวน

DSC00871

Kyaik Hto Hotel ที่พักของเราคืนนี้ค่ะ

การนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนั้น มีความเชื่อว่า หากใครได้กราบไหว้ครบ 3 ครั้ง ก็จะถือเป็นมงคลแก่ชีวิต หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า หากไม่ได้มาบ่อย แล้วจะไหว้ครบได้อย่างไร ไกด์ของเราเลยแนะนำว่า ให้นมัสการก่อนจะไปทานอาหารเย็น หลังจากทานอาหารแล้ว ประมาณ 2-3 ทุ่ม ก็ให้มาไหว้ อีกครั้ง และครั้งที่ 3 ก็ไหว้ตอนเช้าประมาณ ตี 4 ตี 5 เป็นอันครบ 3 ครั้งค่ะ หลังนำท่านขึ้นไปนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนแล้ว เชิญท่านรับประทานอาหรเย็นตามอัธยาศัย มื้อนี้ เป็นอาหารบุฟเฟ่ต์นะคะ   วันที่สามของการเดินทาง 25 พ.ค. 2556 อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ หลังรับประทานอาหารเช้าแล้ว เราก็ได้นัดคนหามเสลี่ยงมารับ ตอน 7 โมงเช้านะคะ และวันนี้ฤกษ์ดีแต่เช้าเลยค่ะ มีฝนตกปรอยๆ ทั้งขาขึ้นและขาลงกันเลยทีเดียว เมื่อพร้อมกันแล้วเราก็ขึ้นเสลี่ยงลงมาที่รถบัสของเรากันเลยค่ะ ขาลง ก็เหมือนขาขึ้นไปนะคะ เราต้องนั่งเสลี่ยง มาเปลี่ยนเป็นรถ 6 ล้อ และขึ้นรถบัสของเราค่ะ จากนั้นนำท่าน เดินทางกลับเมืองย่างกุ้งค่ะ เดินทางมาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาถึงเมืองหงสาวดี นำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaik Pun Pagoda) ซึ่งมีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ประกอบด้วย พระสมณโคดม(ทิศเหนือ), พระโกนาคม(ทิศใต้), พระกกุสันโธ(ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ(ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาโดยสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ แต่สุดท้าย น้องคนเล็กก็ผิดคำสาบานไปแต่งงานมีครอบครัว จึงทำให้พระพุทธรูปหน้าที่ 4 สร้างยังไงก็สร้างไม่เสร็จเรียบร้อยจนถึงปัจจุบัน นำทุกท่านรับประทานอาหารกลางวัน ที่เมืองหงสาวดี และเดินทางต่อกลับกรุงย่างกุ้ง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง page6

เจดีย์ไจ๊ปุ่น

นำท่านชมพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยีหรือพระตาหวาน (KYAUK HTAT GYI) เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวกว่า 70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดของประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม โดยเฉพาะรวมไปถึงพระจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริงและเมื่อเดินมายังปลายสุดพระบาทของพระนอนองค์นี้ ตรงที่พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักร ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาทและล้อมด้วย รูปมงคล 108 ประการ page7

พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตยีหรือพระตาหวาน

จากนั้นนำท่านชมเจดีย์ โบดาทาวน์ เทพทันใจ และเทพกระซิบ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก เจดีย์ โบดาทาวน์เป็นเจดีย์ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ถูกอัญเชิญขึ้นจากเรือได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์แห่งนี้ก่อน องค์พระเจดีย์ได้ถูกทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ โดยที่ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่ง ให้คนเดินเข้าไปภายในได้ ด้านฝาผนังใต้ฐานพระเจดีย์ได้นำทองคำและของมีค่าต่างๆ ที่พุทธศาสนิกชนชาวพม่านำมาถวายองค์พระเจดีย์มาจัดแสดงไว้ จากนั้นนำท่านบูชา เทพทันใจ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านขวามือ ของเจดีย์โบดาทาวน์ การอธิษฐานขอต่อเทพทันใจนั้น เริ่มจากตั้งจิตอธิษฐาน โดยมีเคล็ดลับว่า ต้องขอเพียงข้อเดียวเท่านั้น ท่านจึงจะสมดังปราถนา จากนั้น ถวายธนบัตรเสียบไว้ที่มือของท่าน ซึ่งอยู่ในท่าทางยืนชี้นิ้วไปข้างหน้า จะถวายเท่าใดก็แล้วแต่ศรัทธา จะเป็นธนบัตรเงินไทย หรือเงินพม่าก็ได้ แต่ต้องให้มีจำนวนธนบัตรมากกว่า 1 ฉบับ จากนั้นก็เข้าไปยืนให้ระดับหน้าผากของเราจรดกับนิ้วมือของท่าน แล้วจึงตั้งจิตอธิษฐานอีกที เพียงข้ออย่างเดียวเช่นเดิม เสร็จแล้วจึงนำธนบัตรที่เราถวายไว้คืนกลับมา 1 ฉบับ เพื่อเอากลับไปเป็นเงินขวัญถุง เสร็จแล้วเราก็ไปกันต่อที่ ฝั่งตรงข้ามหน้าวัดโบตะทาวน์ คนไทยรู้จักกันทั่วในนามว่า "เทพกระซิบ" มีคนเล่าต่อๆ กันมาว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยมีหัวหน้าทัวร์ไทยนำคณะมาไหว้เทพทันใจที่วัดนี้ ได้เห็นผู้คนมุงกันหนาแน่นหน้าศาลของเทพกระซิบ นี้ และเห็นป้ายภาษาพม่าเขียนบอกอะไรสักอย่าง จึงถามไกด์ว่า ป้ายเขียนไว้ว่าอย่างไร ซึ่งไกด์ก็อ่านให้ฟังว่า ป้ายบอกว่า "ห้ามพูดส่งเสียงดัง” เนื่องเพราะบริเวณนั้น ชอบมีแม่ค้ามาร้องเสนอขายชุดเครื่องเซ่นไหว้องค์เทพ ส่งเสียงดัง ทั้งที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดจึงปิดป้ายเตือนไว้ แต่ หัวหน้าทัวร์ท่านนั้นเข้าใจว่า ถ้าจะไปอธิษฐานขอเทพองค์นี้ ห้ามพูดเสียงดัง จึงอธิบายให้ลูกทัวร์ฟังว่า ถ้าจะอธิษฐานขออะไรกับเทพองค์นี้ต้องกระซิบ แล้วก็เล่าลือกันต่อๆ ไป จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่ถึงตอนนี้ มีคนได้รับผลอธิษฐานสมปรารถนากลับมาแก้บน และบอกต่อกัน จนรายการไหว้เทพกระซิบถูกบรรจุเข้าไปในรายการทัวร์ไทยทุกบริษัท จนชาวพม่าเห็นคนไทยทำแล้วดี ก็เริ่มเอาอย่างทำตามบ้างแล้ว page8 นำท่านนมัสการ เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ชเวดากอง เป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า คำว่า ชเว (Shwe) หมายถึง ทองคำ ส่วน ดากอง มาจากคำว่า Dagon หรือ ตะเกิง ซึ่งเป็นนามเดิมของนครย่างกุ้ง “ชเวดากอง” แปลว่า “เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง” มีประวัติการสร้างเก่าแก่ยาวนานกว่า 2,500ปี ตั้งแต่ครั้งนครย่างกุ้งยังเป็นของชาวมอญ ชาวพม่าเชื่อว่า เป็นสถานที่บรรจุพระเกศาธาตุจำนวน 8เส้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเครื่องอัฐบริขาร ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตอีก 3พระองค์ พระเจดีย์ แรกเริ่มสร้างมีความสูง 18เมตร ปัจจุบันมีความสูง 98เมตรเจดีย์ชเวดากอง ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาหลายครั้งด้วยกัน ราชประเพณีของกษัตริย์มอญ และพม่า เมื่อจะขึ้นครองราชย์ จะต้องทำนุบำรุงบูรณะองค์พระเจดีย์ และมีบางพระองค์ถวายทองคำเท่ากับ หรือ มากกว่าน้ำหนักของพระองค์ เพื่อนำมาห่อหุ้มองค์มหาเจดีย์ทั้งองค์ ส่วนเรือนยอดประดับด้วยเพชร 5,448เม็ด รวมทั้งทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317เม็ด และที่ปลายยอดประดับด้วย เพชรเม็ดที่ใหญ่ที่สุด ขนาด 72กระรัต การดูแลรักษาเจดีย์ชเวดากอง ในทุกๆ 50 ปี จะนำยอดฉัตรของพระเจดีย์ลงมาบูรณะ และอนุญาตให้ประชาชน นำเครื่องสักการะ คือ เครื่องประดับอัญมณี แก้ว แหวน เงินทอง เพชร นิล จินดา มาถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อขึ้นติดไว้บนยอดฉัตรของพระเจดีย์ เจดีย์ชเวดากอง

เจดีย์ชเวดากอง

20130525_182609

องค์มณฑปประดับด้วยเทวดาอุ้มเด็ก ชาวพม่าเชื่อว่า เป็นเทพประทานพรให้มีลูก คนที่ต้องการมีลูกจึงควรนำใบสำเร็จและเครื่องเซ่นไปกราบไหว้บูชา เพื่อให้คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผล

นำท่านมารับประทานอาหารที่ภัตตาคาร การะเวก เราจะได้ชมโชว์ต่างๆ ที่ทางภัตตาคารมีให้แขกที่มารับประทานอาหารที่นี่ชมกันทุกค่ำคืน จากนั้นนำท่านกลับที่พัก เราจะพักที่โรงแรม YUZANA HOTEL โรงแรมที่เราพักในคืนแรกกันนะคะ page9

ภัตตาคารการะเวก และชมโชว์

วันที่สี่ของการเดินทาง 26 พ.ค. 2556 อรุณสวัสด์ยามเช้าค่ะ หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมกันแล้วนะคะ ก็ให้ทุกท่านนำสัมภาระมาวางไว้ที่หน้าห้องนะคะ จะมีบริกรนำกระเป๋าของท่านขึ้นรถให้ค่ะ เมื่อพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางกันต่อค่ะ เช้านี้ สถานที่แรกที่เราจะไปคือ เมืองตันลยิน (Thanlyin) หรือเดิมชื่อ เมืองสิเรียม (Syriam) สิเรียม (Syriem) สิเรียมเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง ในอดีตเมืองนี้เป็นเมืองท่าสำคัญในการเดินเรือของชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเป็นเมืองอุตสาหกรรม เมืองสิเรียมอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เมื่อเราเดินทางมาถึงแล้ว เราจะนำท่านนั่งเรือข้ามไปยังเจดีย์กลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเจดีย์เยเลพญา (Ye Le Pagoda) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ในแม่น้ำย่างกุ้ง ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำอิรวดี ตามตำนานเล่าว่า เจดีย์แห่งนี้สร้างในสมัยมอญเรืองอำนาจ เมื่อราวพันกว่าปีก่อน โดยพระสงฆ์รูปหนึ่งฝันว่า ที่แห่งนี้มีเจดีย์สวยงาม แล้วได้ไปทูลกษัตริย์ในสมัยนั้นเพื่อขอให้สร้างเจดีย์กลางน้ำแห่งนี้ และยังได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าหากมีน้ำท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์ ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่ ให้สามารถรองรับคนได้มาก เพราะเจดีย์แห่งนี้สร้างบนเกาะมีสภาพเป็นเพียงเกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำกว้างใหญ่เท่านั้นค่ะ page10 เมื่อเรียบร้อยแล้ว นำท่านกลับกรุงย่างกุ้งค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เรามาถึงกรุงย่างกุ้ง สถานที่ต่อมาที่เรานำท่านชม คือ พระหินอ่อน ค่ะ พระหินอ่อนนี้สร้างจากหินอ่อนที่มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มีตำหนิ สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต หนัก 600 ตัน เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสิงคโปร์ และศรีลังกายกขึ้นหันฝ่าพระหัตถ์ออกจากองค์ หมายถึงการไล่ศัตรูและประทานความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังมีการนำหินที่เหลือมาสลักเป็นพระพุทธบาทซ้าย-ขวา ประดิษฐานอยู่ บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปด้วยค่ะ เสร็จแล้วนำท่านไปชมปางช้างเผื่อ ซึ่งตั้งอยู่เยื้องๆ กัน ซึ่งตรงตามลักษณะของคชลักษณ์ของช้างเผือกซึ่งมีด้วยกัน 5 ประการ คือ งาอุ้มบาตร ผิวเปลือกมะนาว เล็บขาว หลังโค้งเหมือนคันธนู หางผู้ ซึ่งจะมีน้อยกว่าของไทยที่กำหนดให้มีคชลักษณ์ 7 ประการ ตาขาว เพดานปากขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาวหรือออกแดงเหมือนหม้อใหม่ ขนหางขาว อัณฑะโกสขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่ page12 นำท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Western Park มื้อนี้ มีเมนูพิเศษ เป็ดปักกิ่ง และสลัดกุ้งมังกรนะคะ DSC01040 หลังรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลานำท่านมาย่อยอาหาร และช็อปปิ้งก่อนกลับเมืองไทยกันที่ ตลาดสก๊อต หรือโบโจ๊กอองซาน ( Scott or Bogyoke Aung San Market) สถานที่ ช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศพม่า เป็นตลาดที่มีสินค้าหลากหลายมาก ตั้งแต่อาหารนานาชนิด เสื้อผ้า ของที่ระลึกต่างๆ เครื่องเงิน อัญมณี สินค้าจากชนกลุ่มน้อย ฯลฯ ตลาดโบยอกอองซานตั้งอยู่ใกล้กับอาคารการรถไฟของประเทศพม่าในกรุงย่างกุ้ง ตลาดสก็อตปิดทุกวันจันทร์ page13 ช็อปปิ้งกันจุใจแล้ว เราก็เดินทางไปสนามบินย่างกุ้ง เตรียมตัวกลับประเทศไทยกันเลยค่ะ เมื่อมาถึงสนามบินแล้ว หัวหน้าทัวร์ก็จัดการเช็คอิน และรับ Boarding pass มาให้ทุกคน และโหลดกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นเราก็ขึ้นเครื่องกลับประเทศไทยกันเลย โดยเที่ยวบิน 8M331 ออกเดินทางเวลา 16.30 น. ถึงประเทศไทยเวลา 18.15 น. ทริปนี้เป็นทริปทำบุญจริงๆ ค่ะ เนื่องด้วยเรามาในวันวิสาขบูชา และยังเดินทางกันท่ามกลางสายฝนอีกด้วย เรียกว่าได้บุญกันไปเต็มๆ เลยค่ะ ขอบคุณสำหรับลูกทัวร์ที่น่ารักทุกท่านหากผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ และสำหรับท่านใด ที่สนใจเส้นทางอื่นๆ หรือแม้แต่ประเทศอื่นๆ ติดต่อมาได้ที่ Spirit Of The World ได้เลยนะคะ page15    

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น