บันทึกนักเดินทาง >> ทริปเที่ยวจีน

สวัสดีปีใหม่ไทย ที่เมือง จางเจียเจี้ย ประเทศจีน วันที่ 11

30 พฤษภาคม 2559

สวัสดีปีใหม่ไทย ที่เมือง จางเจียเจี้ย แห่งประเทศจีน วันที่ 11-16 เมษายน 59 มหาสงกรานต์ 6วัน 5 คืน ปีนี้ที่เมืองไทย ใครๆ ก็บ่นว่าร้อนคะอุณหภูมิสูงถึง 40 องศา ทางสปิริตเองได้นำคณะลูกทัวร์เดินทางไปเที่ยวที่จางเจียเจี้ย ด้วยเครื่องบินเหมาลำ 2 ลำ โดยสายการบิน Newgen Airways หนีร้อนไปพึ่งอากาศเย๊นเย็นที่ จางเจียเจี้ย ด้วยอุณหภูมิต่ำสุด 12 องศา สุงสุด 25 องศา ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นฉ่ำจนลืมอากาศร้อนๆของไทยไปเลยจร้า ทริปนี้ในส่วนที่แอ๋วไปเป็นหัวหน้าทัวร์ โปรแกรมของเราเที่ยวอยู่แต่ในเมืองจางเจียเจี้ยคะ ซึ่งเราบินไฟล์เย็นคะ ไปถึงจางเจียก็ประมาณ 4 ทุ่มได้คะ อากาศ ณ ตอนนั้น 16 องศาคะ ที่พิเศษสุดๆมากคือเราบินลงสนามบินจางเจียเจี้ยเลยค่ะ เพราะที่ผ่านมา เราจะบินลงที่เมืองฉางซา ซึ่งคณะทัวร์ต้องนั่งรถเข้าจางเจียเจี้ย ประมาณ 4-5 ชม.ทริปนี้ถือว่าโชคดีมากๆๆจร้า ^^เพราะบริษัทอื่นต่างก็ต้องบินลงฉางซากันคะ ซึ่งคืนนี้คณะเราจะนอนในเมืองจางเจียเจี้ย

เช้าของวันที่ 2 วันนี้เราจะไปพักแถวๆอุทยานเขาจือซาน อูหลิงหยวน จึงต้องนั่งรถไปประมาณ 40 นาทีเราจะพักที่โรงแรมในอุทยาน 3 คืน อากาศยามเช้าที่เมืองนี้ดีมากคะเย็นสบาย หนาวนิดๆคะ เราได้นำคณะทัวร์ไปเดินชม ลำธารแส้ทองคะ ทำไมถึงเรียกว่าลำธารแส้ทองเกิดจากแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องกระทบมายังหน้าผาหิน แล้วสะท้อนมาที่ลำธาร ทำให้ภาพที่ออกมาเห็นเป็นสีทองคะซึ่งก็เป็นการจินตนาการของผู้พบเห็นคะ ตลอดข้างทางก็จะมีใบไม้เปลี่ยน

สวยงามมากค่ะ แล้วมีต้นไม้นานๆพันธุ์ ให้คณะได้ชมตลอดเส้นทางคะ เราเดินเข้าไปถึงลำธาร ด้วยระยะทางประมาณ 1 กม. คะ ไม่เหนื่อยเลยคะ เพราะตลอดเส้นทางมีอะไรให้ชมๆ ให้ถ่ายรูป ด้วยบรรยากาศที่เย็นๆ ทำให้ลูกค้าเราแฮปปี้มาก

คะ จากนั้นแอ๋วก็ได้นำคณะชมอีกหนึ่งสถานที่ คือ เขาสิงโตเหลือง “หวงซือจ้าย ซึ่งเป็นหนึ่งสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์เรื่องไซอิ๋วนั่นเองระยะทางในการเดินทางห่างจาก ลำธารแส้ทองประมาณ 15 นาที เราต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไป ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีคะเพื่อที่ไปชมวิว ทิวทัศน์ บนยอดเขา ภูเขาแท่งหินเป็นแท่งๆ สวยงามมากคะและมีลิงอาศัยอยู่ที่นั่นออกมาเล่นกับผู้คน น่ารักดีคะ บรรยากาศวันนั้นมีฝนลงเล็กน้อย ไม่ถึงกับต้องใช้ร่มหรือเสื้อกันฝน อากาศหนาวๆ มีฝนลงมาเบาๆ เดินชมต้นไม้สูดอากาศบริสุทธิ์ ลูกทัวร์ต่างก็พูดว่า มาฟอกปอดกันคะ เพราะอากาศที่นี้เขาดีจิงๆค่ะ 

แล้วโปรแกรมสุดท้ายของวันนี้คือการไปชม  การแสดงหนังตะลุง ใช้เวลาดูประมาณ 40 นาที การแสดงมี 2 เรื่อง นอกจากนั้นยังให้ลูกทัวร์สามารถได้ลองเชิดหุ่น ที่เขาใช้ในการแสดงและเดินชม หุ่นเชิดต่างๆ ตามอัธยาศัยคะ จากนั้นก็ไปทานข้าว แล้วเชคอินเข้าโรงแรม

วันที่ 3 ของการท่องเที่ยว โปรแกรมวันนี้เราจะไปขึ้นเขาเทียนจือซานซึ่งเป็นไฮไลท์เลยคะ ถ้าพูดถึงเมืองจางเจียเจี้ยสิ่งที่คนจำนวนมากพูดถึง ก็คือ  ความสวยงามของธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ภูเขาแท่งหินที่สูงชันที่หาดูได้ยากและอากาศที่บริสุทธิ์ ช่วงเช้าๆเราจะพาคณะไปชม ภาพเขียนสิบลี้ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เราจะนั่งรถรางเข้าไปขณะที่เรานั่งรถรางก็จะเห็นภูเขาแท่งหินเยอะแยะเต็มไปหมด ให้เราจินตนาการแท่งหินต่างๆ ว่าเห็นเป็นรูปอะไรบ้าง  ถ่ายรูปเก็บภาพไว้ไปฝากคนทางบ้านคะจากนั้นนะคะเราก็จะขึ้นเขาเพื่อไปชมหุบเขาอวตาร หรือเขาเทียนจื่อซาน นั่นเองคะใช้เวลาในการนั่งรถ ประมาณ 40 นาทีเพื่อที่จะไปขึ้นลิฟท์แก้วซึ่งเป็นลิฟท์ขนาดใหญ่มากและสารถมาบรรจุคนได้ถึง 25 คน ขณะที่เราอยู่ในลิฟท์แก้วเพื่อขึ้นไปถึงยอดเขาลิฟท์แก้วเคลื่อนตัวไป เราจะเห็นวิวตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงระดับสูงสุดของยอดเขาซึ่งมันเป็นอะไรที่สวย และตื่นเต้นมาก เมื่อเรามองลงมาทำให้หวาดเสียว สนุกดี พอถึงยอดเขา ไกด์ก็ได้นำคณะเดินชม หุบเขา ถ่ายรูปเก็บภาพ วิวต่างๆ  เพราะสถานที่แห่งนี่ก็เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ดังหลายเรื่องเหมือนกันคะ

ล่าสุดก็จะเป็นเรื่อง อวตาร ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาเทียนจื่อซานอย่างเกินเบ้าหมาย ทำให้นักท่องเที่ยวต่างก็หลั่งไหลมาเที่ยวเยอะมากขึ้นค่ะ ระหว่างที่เดินเขาก็จะเจอ สะพานอันดับหนึ่งใต้ฟ้า ( เทียนเสี้ยตี้อี้เฉียว) ซึ่งเกิดจากแท่งหิน 2 ลูก โค้งมาบรรจบกับจนทำให้เห็นเป็นสะพานคะซึ่งถือว่าเป็นความอัศจรรย์มาก 

จากนั้นนำคณะไปเยี่ยมชมและถ่ายรูปเก็บภาพที่ระลึกที่สวนจอมพลเฮ่อหลง ซึ่งเป็นหินแกะสลักเป็นรูปของ              จอมพลเฮ่อหลง ขนาดใหญ่ แล้วนำคณะนั่งกระเช้าไฟฟ้ากลับ ซึ่งกระเช้าจุดนี้ ขณะที่เรานั่งจะทำให้เรามีความรู้สึกเหมือนใกล้แท่งหินมากๆคะ วิวสวย มีแสงอาทิตย์ยามเย็นอ่อนๆ ส่องลงมา ลูกค้าตื่นเต้นประทับใจกันถ้วนหน้าคะหัวหน้าทัวร์เองก็ยังตื่นเต้นเลยคะ 55555

วันที่ 4 วันนี้โปรแกรมเบาๆคะ ล่องเรือเป่าเฟิงหูใกล้ๆกับโรงแรมที่เราพัก 2 นาทีค่ะ จะเป็นแม่น้ำที่อยู่ระหว่างหุบเขา ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่เต็มไปด้วยเสียงนกร้อง อากาศเย็นๆ ขณะที่เรานั่งเรือ ก็จะมี ชาย หญิง ออกมาร้องเพลงหาคู่ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชนเผ่าที่นั่น 2 ฝั่งแม่น้ำก็จะมีวิว สวยๆ ให้ชมตลอดเส้นทางคะ 

ช่วงบ่ายๆ ก็นำคณะไปชมถ้ำหวงหลงต้ง หรือ ถ้ำวังมังกรเหลือง ในถ้ำก็จะชมหินงอก หินย้อย ต่างๆซึ่งบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ภายในถ้ำแห่งนี้ เราจะเดินชมถ้ำประมาณ 30 นาที เพื่อจะไปล่องเรือชมความงดงามในถ้ำ ตามโขดหินก็จะมีน้ำไหลผ่านทำให้เกินเกิดหินงอก หินย้อย พอนั่งเรือได้สักพักจะเจอรูปหัวมังกรเหลืองภายในถ้ำซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำวังมังกรเหลืองคะ 

ช่วงรอบดึกก็จะมีชมโชว์หมอกฝนจางเจียเจี้ย เป็นโชว์ที่แสดงถึงชนเผ่าของที่นั้นคะ โชว์แบบระบบ 3 D สวยงามมากคะ หลังจากนั้นก็นำคณะกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมคะ ทุกๆคืนที่เมืองนี้อากาศดีมาก ห้องพักในโรงแรมไม่ต้องพึ่งแอร์ หรือฮิตเตอร์ อยู่แบบสบายๆค่ะ

เช้าสายๆ ของวันที่ 5 วันนี้จะเข้าไปนอนโรงแรมในเมืองที่เคยนอนคืนแรกคะ ช่วงเช้าโปรแกรมเบาหน่อยเราจะไปชม พิพิธภัณฑ์ภาพวาดทราย เป็นภาพวาดที่ใช้วัสดุธรรมชาติมาทำเป็นภาพวาด เช่น ทราย ก้อนหินเล็กๆ เปลือกไม้ เศษใบไม้แห้งมาเป็นส่วนหนึ่งในภาพวาดคะ ทำให้ภาพออกมาสวยงามและสร้างชื่อเสียงภาพวาดทรายของประเทศจีนโด่งดังไปโลกทั่วคะ หลังจากโปรแกรมนี้แล้วพาคณะนั่งกระเช้าไฟฟ้า ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเพื่อที่จะไปทางเดินกระจกที่ยื่นออกมาจากหน้าผาสูงชัน ทางเดินกระจกเมื่อเราเดินเข้าไปก็จะเห็นวิวของลงทะลุผ่านกระจกได้อย่างชัดเจนบวกกับอากาศที่หนาวเย็น สร้างความหวาดเสียวกันเลยที่เดียวคะ 

จากนั้นนำคณะลงบันไดเลื่อน ซึ่งแอ๋วเองก็เคยใช้ครั้งแรกค่ะเพราะพึ่งเปิดใช้บริการ เป็นบันไดเลื่อนที่ยาวมากก ที่สำคัญเขาเจาะทะลุภูเขาหิน ทำเป็นบันไดเลื่อน แต่ละชั้น ทั้งหมด 7 ชั้น เพื่อจะไปทะลุยัง เทียนเหมินซาน หรือ ประตูสวรรค์  ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีซึ่งเป็นไฮไลย์ของเขาเทียนเหมินซาน ข้างบนก็จะมีพวงกุญแจให้คล้อง และมีร้านถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวเก็บเป็นที่ระลึก 

และชมวิว ชมความสวยงามของภูเขาแท่งหิน  ระหว่างขาลงจากเขา จะมีให้เราเลือกว่าจะเดินลงบันได 999 ขั้นหรือจะใช้บันไดเลื่อนลงแต่คณะเราเลือกใช้บันไดเลื่อนคะ เนื่องจากคณะเรามีอาม่าวัย 95 ปี ไม่อยากให้อาม่าเดินลงแต่อาม่า เก่งมาก แข็งแรง ใจสู้ ไปทุกๆสถานที่ ที่โปรแกรมเรามีโดยไม่บ่นแม้แต่น้อย ถ้าเหนื่อยอาม่าก็จะขอหยุดพัก อาม่าน่ารักมากเลยคะ ที่แปลกกว่านั้นคือ ทุกๆสถานที่ที่เราไปจะก็มีกลุ่มคนจีนมาถามว่าอาม่าอายุเท่าไหร่ ขอถ่ายรูปกันเป็นแถวเลยคะ น่ารักดีเป็นเสน่ห์ของกรุ๊ปของเราไปเลยคะ ทุกคนทั้งคณะก็เข้าใจคะ ต่างก็เป็นห่วงอาม่า ไปไหนต่างก็รออาม่า ไปพร้อมๆกันตลอดคะ ทั้งกรุ๊ปนี้ต่างก็พากันรักอาม่าวิไล ไปเลยจร้า  หลังจากที่เราลงบันไดเลื่อนเสร็จก็จะนั่งรถผ่านถนน 99 โค้ง ซึ่งเป็นไฮไลย์อีกเช่นกัน เพื่อไปทานอาหารเย็น จากนั้นนำคณะชมโชว์จิ้งจอกขาว ซึ่งเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่มาก ”จางอี้โหมว” ผู้กำกับการแสดงชื่อดังที่เป็นเจ้าของพิธีเปิดโอลิมปิกที่ปักกิ่งมากับการแสดง เป็นโชว์ที่แสดงถึง นางพญาจิ้งจอกขาวกับคนเก็บฝืน ที่รักกันแต่มีอุปสรรคขัดขวาง  เนื่องจากนางพญาจิ้งจอกขาวไม่ใช่มนุยษ์ สุดท้ายก็ผ่าพันอุปสรรคจนได้รักกัน แต่สิ่งสำคัญของโชว์นี่คือ การแสดง ฉาก แสง สี เสียง นักแสดง มืออาชีพอย่างอลังการงานสร้างที่ทุ่มทุนจัดทำกว่า 200 ล้านบาท สำหรับโชว์นี่ สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเลยทีเดียวคะ หลังจากนั้นนำคณะกลับโรงแรม พักต่ออีก 1 คืน เพราะพรุ่งนี้จะได้กลับ ไทยแลนด์แย้วววว ^-^คืนนี้อาจกลับดึกหน่อยจร้าประมาณ 4 ทุ่มถึงโรงแรม แต่คณะลูกทัวร์ของเราก็ไม่หวั่นอ่ะ                

วันที่ 6  วันสุดท้ายของทริปนี้โปรแกรมวันนี้ชิลๆ เพราะเมื่อคืนกลับดึก วันนี้ตั้งใจให้ลูกทัวร์ออกสายๆคะจะได้พักผ่อนให้เต็มทีคะ หลังนั้นนำคณะไปชม ศูนย์วัฒนธรรมเผ่าถูเจีย เพื่อ ชม บ้านเรือน ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต การดูแลปกครองประชนชนของคนในยุคนั้น ที่เป็นเอกลักษณ์ที่แผงไปด้วยมนต์ขลังต่างๆและโปรแกรมสุดท้ายของทริปนี้คือ ไปเดินช้อปปิ้งถนนคนเดินใต้ดินจากนั้นทานเข้านำคณะไปสนามบินกลับไทยแลนด์จร้า

 

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น