บันทึกนักเดินทาง

พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

14 กุมภาพันธ์ 2563

พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum) ตั้งอยู่ในเมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญที่บอกเล่าถึงอดีตอันเจ็บปวดของประเทศกัมพูชา  "ตวล สเลง"  เป็นชื่อของคุกสมัยที่เขมรแดงครองประเทศ ดั้งเดิมเคยเป็นโรงเรียนมาก่อน  ตวลสเลง มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า s-21   (Security Office 21) ใช้กักขังและขู่เข็ญคนที่คิดว่าเป็นศัตรู หรือเป็นกบฏต่อประเทศชาติและรัฐบาล ทุกภูมิภาค ทุกระดับชั้น รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้ถูกคุมขังสารภาพผิด และลงท้ายด้วยการฆ่า จุดหมายปลายทางของนักโทษทุกคนในนี้ ทางเดียวที่จะออกไปจากคุกแห่งนี้คือ การสิ้นลมหายใจ แต่กว่าที่จะถึงเวลาได้ออกไปนั้นต้องเผชิญกับการกระทำที่ทารุณ โดยเหล่าบรรดานักโทษจะถูกทรมานด้วยวิธีการต่างๆ 

ย้อนรอย  "กัมพูชา" ช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจหลังจากยึดกรุงพนมเปญได้ในปี พ.ศ. 2518 ทั่วทั้งแผ่นดินแดงฉานด้วยเลือดประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อความโหดเหี้ยม ประวัติศาสตร์กัมพูชายุคใหม่เริ่มต้นเมื่อได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ตามข้อตกลงเจนีวาระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศสเมื่อพ.ศ.2497 สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุปกครองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง  กระทั่งผลกระทบของสงครามเย็นทำให้กัมพูชาในช่วงปี พ.ศ. 2508 สภาพเศรษฐกิจและสังคมตกต่ำเสื่อมโทรมถึงขีดสุด เกิดความวุ่นวายทางการเมืองและการเดินขบวนประท้วงรัฐของนักศึกษาและประชาชนในเดือนเมษายน พ.ศ. 2510 ชาวบ้านและชาวนาในอำเภอซัมลูด จังหวัดพระตะบอง ก่อการจลาจล รัฐบาลส่งทหารเข้าปราบปราม

แผนผังของพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง

เดือนมีนาคม  พ.ศ. 2513 นายพลลอน นอล ทำการรัฐประหาร ก่อนกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์กัมพูชา หรือเขมรแดง (Khmer Rouge) มีเวียดกงเป็นพันธมิตร เข้ายึดอำนาจปกครองกัมพูชาได้เบ็ดเสร็จเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2518 นายพล ลอนนอล นั้นได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆ จากสหรัฐอเมริกา เพื่อโค่นล้มอำนาจของสมเด็จนโรดมสีหนุ หลังจากทำการรัฐประหารยึดอำนาจเสร็จสิ้น สมเด็จนโรดมสีหนุได้ลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศจีน และได้ปลุกกระแสมวลชนที่ยังสนับสนุนพระองค์ผ่านทางวิทยุกระจายเสียง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังเขมรแดงที่แท้จริงนั้น คนกัมพูชาคงรู้อยู่แก่ใจ สมเด็จนโรดมสีหนุ ได้ปลุกกระเเสมวลชนให้หันมาสนับสนุนกองทัพเขมรแดง ซึ่ง ณ ตอนนั้นยังไม่ได้แสดงธาตุแท้ของความโหดเหี้ยมออกมา โดยหวังว่าพระองค์จะได้กลับมาปกครองประเทศอีกครั้ง หลังจากเขมรแดงยึดอำนาจได้ในปี พ.ศ.2518 ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น แต่ไม่นาน พระองค์ก็ถูกเขมรแดงรวบอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งหมด  จากนั้นกัมพูชาก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของนายพล พต ผู้นำกลุ่มเขมรแดง ผู้โค่นล้มรัฐบาลลอน นอล ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา กัมพูชาในกำมือพล พต ระหว่างปี พ.ศ. 2518-2522 ตกอยู่ในความรุนแรงสุดขั้วเพื่อปรับปรุงระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมพึ่งตนเอง ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอกประเทศ และไม่ยอมเป็นพันธมิตรกับชาติใดๆ โดดเดี่ยวประเทศออกจากอิทธิพลของต่างชาติ ปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบธนาคาร ระบบเงินตรา  ยึดทรัพย์สินจากเอกชนทั้งหมด

โดยในช่วงแรกผู้คนต่างโห่ร้องดีใจหลังจากที่เขมรแดงได้ยึดอำนาจจากนายพลลอน นอล เพราะหวังว่าความสงบสุขจะกลับมาเยือนชาวกัมพูชาอีกครั้ง พล พต สั่งให้อพยพผู้คนจากกรุงพนมเปญสู่ชนบท เพื่อทำการเกษตร ทุกคนได้แต่หวังว่าจะมีข้าวกิน มีการทำนาที่เป็นระบบนารวม โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือความตาย  พล พต  เชื่อว่าระบบสังคมนิยมจะนำกัมพูชาสู่ความเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีตได้ โดยประเทศควรจะอยู่อย่างสันโดษ ไม่ต้องพึ่งวิทยาการเทคโนโลยีใดๆ ขอให้มีข้าวกินก็อยู่ได้ เขาจึงกวาดล้างผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางความคิด นักศึกษาปัญญาชน แพทย์ วิศวกร นักปราชญ์ เมื่อเขมรแดงยึดกรุงพนมเปญ ประชาชนพลเมืองถูกหลอกออกจากเมืองไปยังชนบทกันดาร พล พต  ต้องการเปลี่ยนให้ชาวกัมพูชากลับไปเป็น      ชนดั้งเดิม ใช้แรงงานเพื่อการเกษตร ทุกคนต้องเป็นชาวนาชาวไร่ อาศัยอยู่ในค่ายแรงงาน ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก และไม่มีอาหารเพียงพอ 4 ปีที่พล พต อยู่ในอำนาจ มีผู้คนล้มตายไปนับล้านชีวิต ทั้งอดอยาก ทั้งถูกทารุณกรรม ถูกฆ่า

คุกตวลสเลง แต่เดิมเป็นโรงเรียนมัธยม มีตึกเรียน 4 ชั้น 4 อาคาร ซึ่งถ้าดูจากภายนอกตอนนี้ก็เหมือนกับโรงเรียนธรรมดา เพราะยังมีโครงสร้างเป็นโรงเรียน บนพื้นที่ประมาณ 10 กว่าไร่ ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1976 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 2519 เขมรแดงได้เปลี่ยนโรงเรียนแห่งนี้เป็น S-21 หรือ Tuol Sleng ชื่อ S-21  ย่อมาจาก Security Office 21 วัตถุประสงค์คือใช้เป็นสถานที่รีดไถคำสารภาพโดยใช้วิธีใดก็แล้วแต่ และพอรีดไถสำเร็จแล้วก็เอาไปฆ่า หรือจัดการกับผู้ทำผิดก้าวแรกจะเป็นหลุมฝังศพของผู้เสียชีวิต 14 ศพ  

 

หลุมศพ 14 หลุม ซึ่งศพเหล่านี้เป็นศพกลุ่มสุดท้ายที่พบที่นี่ก่อนจะถูกปิด

กฎระเบียบ 10 ข้อ

คุกตวลสเลงจะมีกฎระเบียบอยู่ 10 ข้อ มีรายละเอียดดังนี้

1. คุณต้องตอบคำถามของเราทุกคำถาม ห้ามเสแสร้งและห้ามปฏิเสธ

2. ห้ามโกหก ห้ามปฏิเสธ และห้ามเถียงเรา

3. อย่างี่เง่าและอย่าทำตัวโง่ๆ เพราะคุณเป็นคนโง่ที่พยายามต่อต้านพวกเรา

4. เมื่อถูกถามต้องตอบทันที อย่าเสียเวลาคิด

5. ห้ามพูดหรือแสดงความคิดเห็นที่ทำให้เกิดการต่อต้าน

6. ระหว่างถูกลงโทษห้ามร้องไห้ และห้ามส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว

7. อยู่นิ่งๆ นั่งรอและคอยคำสั่ง ถ้าไม่มีคำสั่งให้อยู่เงียบๆ แต่เมื่อมีคำสั่งต้องทำทันทีโดยไม่มีข้อสงสัยและข้อประท้วง

8. อย่าพยายามเสแสร้งเพื่อซ่อนความรู้สึกต่อต้านพวกเรา

9. ถ้าไม่ทำตามกฎระเบียบทุกข้อเหล่านี้จะโดนช็อตด้วยไฟฟ้า

10. ถ้าฝ่าฝืนข้อใดข้อหนึ่งจะถูกเฆี่ยนด้วยแส้ 10 ครั้ง หรือจะถูกช็อตด้วยไฟฟ้า 5 ครั้ง

 

 ตัวอาคารที่กลายเป็นคุกกักขัง

 

ตัวอาคารที่กลายเป็นคุกกักขัง

ภายในอาคาร

 

ภายในอาคาร 

 

ภาพถ่ายผู้เสียชีวิต

การเดินทางจากสนามบินไปพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง

  • รถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางในเขตเมืองครั้งละประมาณ 2-4 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเหมาเที่ยวทั้งวันประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
  • รถแท็กซี่  เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ได้รับความนิยมเนื่องจากสะดวกสบาย มีบริการมิเตอร์ค่าโดยสาร แต่บางส่วนนิยมใช้บริการแบบพาเหมาเที่ยวรอบเมืองหรือตลอดทั้งวัน

เวลาในการเปิด-ปิดทำการ

  • ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

อัตราค่าบริการ

  • 6 ดอลลาร์สหรัฐ (USD)/คน (รวมค่าบริการ Audio guide ภาษาต่างๆ)

 

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น