บันทึกนักเดินทาง

บันทึกการเดินทาง เสียมเรียบ นครวัด นครธม 3วัน 2คืน

24 มกราคม 2563

“ทำไมเราต้องมาเที่ยว......นครวัด-นครธม”

นครวัด นครธม ชื่อคล้ายๆกันแต่ความหมายต่างกัน นครวัดใช้สำหรับเรียก ปราสาท ส่วนนครธม ใช้สำหรับเรียกชื่อ เมือง ค่ะ เอกลักษณ์การสร้างปราสาทที่เสียบเรียบ จะสร้างด้วยการนำก้อนหินมาเรียงกันแล้วแกะสลักออกมาเป็นรูปต่างๆ อย่างสวยงาม อลังการ ปราสาทแต่ละที่จะสื่อถึง ความศรัทรา ความรุ่งเรืองของศาสนาฮินดู และ ศาสนาพุทธ ของแต่ละยุคช่วงสมัยของกษัตริย์ นี้ก็เป็นอีก 1 เหตุผลที่ทำให้ผู้คนที่ไม่เคยมาเที่ยว กัมพูชา ควรมาต้องมา กัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีศิลปะ วัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกันค่ะ บางท่านอาจจะคิดว่า กัมพูชามีอะไรน่าเที่ยว ถึงกับเป็นประเทศที่ไม่ควรพลาด บอกเลยค่ะที่ประเทศกัมพูชามีปราสาทหิน ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์  1 ใน 7 ของโลกที่ผู้คนทั่วโลกต่างก็อยากมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ให้เห็นกับตาได้สักครั้งค่ะ 

 

ทริปนี้เราได้นำคณะทัวร์เดินทางไปยังเส้น เสียมเรียบ นครวัด นครธม 3วัน 2คืน โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD610 เวลา 09.55 น. ถึงสนามบินเสียบเรียบ เวลา 11.00 น. สิ่งที่เจอโอ้วววว ฝรั่งเยอะมากๆค่ะ 55555 มากกว่าเจอคนไทยซ่ะอีกค่ะ หรือเรียกว่า สนามบินเสียบราฐ ถือว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่อับดับ 2 ของกัมพูชา รองจากสนามบินพนมเปญ แต่สนามบินแห่งนี้จะมีผู้ใช้บริการมากกว่าเพราะใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น “มรดกโลก” อย่างนครวัต นะคะ ไปถึงที่เสียบเรียบออกจาก Gate ก็เกือบเที่ยงพอดีค่ะ นำลูกทัวร์ไปทานอาหารเที่ยงเลยจ้า มื้อนี้จะพาลูกค้าไปทาน บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ชื่อร้าน TLS BUFFET จะมีทั้งอาหาร ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และเมนูสำหรับลูกค้าชาวยุโรป ก็จะใช้เวลาทานประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น 

 

นำลูกทัวร์ไปไหว้เคารพ ศาลองค์เจ๊กองค์จอม ซึ่งเป็นธิดาทั้ง 2 พระองค์ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ทั้ง 2 พระองค์เป็นบุคคลที่มีจิตใจดี มีเมตตา มีความประพฤติดีงาม ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก แม้แต่นักโทษที่มีความประพฤติดีมีความผิดไม่ร้ายแรง ทั้ง 2 พระองค์ก็จะให้อภัย และยังรับตำแหน่งเป็นแม่ทัพออกศึกในสมัยนั้นอีกด้วย ถ้าหากมาเที่ยวเมืองเสียบเรียบเราควรจะมาไหว้เคารพองค์เจ๊กองค์จอมก่อน เพราะถือว่าเป็นที่เคารพนับถือของคนที่นี่ค่ะ จากนั้นเราก็จะนำคณะไป  ล่องเรือโตนเลสาบ เพื่อไปชมวิถีชีวิตของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กลางน้ำ เป็นชุมชนคนกัมพูชาและคนเวียดนามที่อพยพมาค่ะ ที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องปลาเนื้ออ่อนกิโลนึง ก็เกือบ 2,000 บาทได้ค่ะ เราจะใช้เวลาล่องเรือ ไป-กลับ ประมาณรอบละ  40 นาทีค่ะ โตนเลสาบ เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ มีแม่น้ำสำคัญๆหลายสาย ไหลผ่านมาบรรจบที่แม่น้ำแห่งนี้ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำเสียบเรียบ ก่อนจะไหลสู่ทะเลจีนใต้ค่ะ แล้วหลังจากนั้นนำคณะทัวร์ไปทานมื้อเย็น มื้อนี้เราจะทานที่โรงแรม TTC HOTEL ซึ่งเป็นโรงแรมที่เดียวกับเราพักนะคะ คืนนี้เราจะเก็บแรงให้พร้อม เพราะเช้าวันพรุ่งนี้เราจะไปชมอุทยานปราสาทหิน ตลอดทั้งวันค่ะ ส่วนกลางคืนก็จะมีลูกค้าบางท่านไปเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง ดูบรรยากาศ และนั่งชิล ที่อังกอร์ ไนท์ มาร์เก๊ต ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ข้าวสารเสียบเรียบ ซึ่งดึกๆ ก็จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เต็มไปหมดค่ะ

เช้าวันที่ 2 เรามาช่วงเดือน ธันวาคม ยามเช้าๆอากาศดีค่ะ เย็นสบายๆ  วันนี้จะเป็นไฮไลท์หลัก ของการมาเที่ยวเมืองเสียบเรียบเลยค่ะ เรานัดลูกทัวร์ออกจากโรงแรม 8 โมงเช้าเพื่อที่จะไปชม ปราสาทบันทายศรี 

 

เป็นปราสาทที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะ ขอม ศาสนาฮินดู ได้สร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 และได้รับการขนานนามว่าเป็น ปราสาทที่สวยที่สุด ของกัมพูชา เป็นปราสาทที่มีเนื้อทรายสีชมพู มีลวดหน้าที่ชัดเจน ปราสาทนี้ได้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายพระศิวะ ภายใต้พระนามว่า "ตรีภูวนมเหศวร" หรือ "ผู้เป็นใหญ่แห่งโลก สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 แต่เป็นปราสาทเดียวที่สร้างโดยขุนนางพราหมณ์ยัชญวราหะ ราชครู ซึ่งจะแตกต่างกับประสาทอื่นๆ ที่สร้างโดยกษัตริย์เท่านั้นค่ะ เราจะผ่านประตูทางเข้ารูปแกะสลักของพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ บริเวณทางเดินด้านในพื้นที่ปราสาทจะเจอ เสานางเรียง ซึ่งจะใช้ในการถวายตัวของหญิงสาวพรมจันทร์และทางเดินเข้าสู่ตัวปราสาท พอเดินเข้าไปสู่โคปุระชั้นในจะพบ โคนนทิ พาหนะประจำของพระศิวะ พื้นที่ท้ายๆตัวปราสาทจะมีปราสาท 3 หลัง ปราสาทที่สูงที่สุดที่สร้างถวายให้ พระศิวะ ปราสาทสูงลองลงมาทางทิศเหนือถวายพระอินทร์ ปราสาททางใต้เหนือถวายพระนารายณ์ 2 ปราสาทนี้จะมีความสูงเท่ากัน 

 

จากนั้นเราไปชมปราสาทตาพรมต่อนะคะ ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกันใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีค่ะ ปราสาทตาพรพม สร้างขึ้นช่วงที่พุทธศาสนาสมัยนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากถือว่าเป็นปราสาทที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากที่สุด สร้างเพื่ออุทิศให้แก่พระราชมารดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แต่ตอนนี้ไม่หลงเหลือความเป็นพุทธศาสนามากนักเนื่องจากกษัตริย์ที่นับถือฮินดูเข้ามามีบทบาทอำนาจแทนกษัตริย์ที่นับถือพุทธ ปราสาทจึงถูกทำลายไปเยอะมากค่ะ จุดโดดของปราสาทคือมี รากไม้สูงใหญ่เติบโตขึ้นบนปราสาท และยังเป็นฉากหนังเรื่อง ทูมไรเดอร์ เจมส์บอนด์ ฉากถ่ายทำนิตยสาร ฯลฯ 

 

ทำให้ ปราสาทตาพรพม จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่คนทั่วโลกรู้จักและอยากมาถ่ายรูปตามรอยภาพยนต์นะคะ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวที่ยังหลงไหลซาบซึ้งในสถาปัตยกรรมมาชมปราสาทอยู่เหมือนกันค่ะ ปราสาทนี้มีอายุเก่าแก่ถึง 1,729 ปีเลยทีเดียวค่ะ ช่วงเช้าเราจะเที่ยว 2 สถานที่ค่ะ เพราะแต่ละที่ ใช้เวลานาน จากนั้นก็นำคณะไปทานอาหารเที่ยง และพักเอาแรง เติมพลังแล้วกลับเข้ามาชมในอุทยานต่อค่ะ มื้อเที่ยงก็จะเป็นอาหารไทยค่ะ ทานเสร็จเรียบร้อยก็จะลุยเที่ยวต่อตามไฮไลท์ของโปรแกรมทัวร์ 

 

ที่นั้นก็คือ “นครธม”(ธม แปลว่า ใหญ่) หรือ “Angkor Thom ใช้สำหรับเรียกชื่อเมือง เป็นเมืองหลวงที่สุดท้ายถือว่าเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรือง ยิ่งใหญ่ เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งแผนผังนครธม จะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใจกลางจะมีปราสาทบายนที่ถือว่าเป็นปราสาทหลัก ซึ่งทางเข้าปราสาท ประตูทางทิศใต้ของเมืองที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวสนใจหรือเรียกว่าสะพานหินเข้าสู่ประตูพระนคร จะมีฝั่งนึงเป็นรูปปั้นเทวดา ฝั่งนึงเป็นรูปปั่นอสูรฉุดพญานาคเพื่อกวนเกษียรสมุทร สองฝั่งทางเข้าซึ่งมีรอยยิ้มแบบบายนอั้นน่าเกรงขามคือฝั่งเทวดาและฝั่งที่มีใบหน้าลี้ลับ หบ้าบึ้ง ดุร้าย คือฝั่งอสูร หลังจากที่เราผ่านซุ้มประตูทางทิศใต้ ยอดบนสูงสุดของซุ้มประตู้มีใบหน้าของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 ด้านหรือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ชาวเสียบเรียบเข้าใจ ถัดลงมาก็จะเป็นรูปเหล่าเทวดา นางอัปสราพนมมือ และช้างเอราวัณนะคะ  

แล้วเราก็จะเดินทางไปยังปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั่นก็คือ ปราสาทบายน เป็นปราสาทที่อยู่ใจกลางเมืองนครธม เป็นศิลปะแบบบายน ที่มีจุดเด่นก็คือ ยอดปราสาทมีแต่ใบหน้าคนซึ่งเชื่อกันว่าจำลองมาจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จำนวนปรางค์ 54 ยอดที่ยิ้มแบบบายน มองดูประชาชนของตัวเอง ประสาทแห่งนี้มองดูสถาปัตยกรรมที่สวยงามแต่แผงไปด้วยความพิศวง ทำให้สร้างความประทับใจกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองมากที่สุดของกษัตร์ในช่วงนั้นๆค่ะ จากนั้นไปชมสถานที่สำคัญที่สุดของกัมพูชาและถือว่าเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญมากๆที่หลงเหลือให้เห็นแบบ

สมบูรณ์ที่สุดจนถึงปัจจุบัน นั้นก็คือ นครวัด ที่ได้รับการขนาดนามไปทั่วโลก ว่าคือ สิ่งมหัศจรรย์  1 ใน 7 ของโลก ค่ะ เรามาทราบถึงความยิ่งใหญ่ของปราสาทกันค่ะ ปราสาทแห่งนี้สร้างด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ หนักหลายพันตัน ที่ลากมาจากเขาพนมกุเลนด้วยความยากลำบาก  ระยะทาง 50 กิโลเมตร  ใช้เวลาสร้างถึง 100 ปี ตัวประสาทสูง 60 เมตร มีปรางค์ปราสาททั้ง 5 ปราสาท ที่ยิ่งใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์ การก่อสร้างในยุคนั้นไม่มีอุปกรณ์สิ่งก่อสร้างที่ทันสมัยเลย ทุกอย่างใช้แรงงานคน สัตว์ ในการขนย้าย การยกของหนักต่างๆ ประชาชนทั้งเมืองในยุคนั้นอุทิศตนในการสร้างเทวะสถานแห่งนี้ไม่ต่ำกว่า หนึ่งหมื่นชีวิต ตามความเชื่อกันว่าในช่วงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 เป็นช่วงที่อาณาจักรขอมนับถือศาสนาฮินดู จึงต้องการสร้างเทวะลัยเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในยุคนั้น และสร้างเพื่อเป็นปราสาทประจำรัชกาลของพรงองค์ และ ปราสาทแห่งนี้สร้างเพื่ออุทิศถวายให้แก่พระวิษณุ เทพที่ยิ่งใหญ่ เทพองค์ประธานของปราสาท และยังเป็นสุสานพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ที่ได้เคยตรัสไว้ว่าหากสิ้นพระชนต์จะสถิตอยู่สถานที่แห่งนี้ ปราสาทจะมีทั้งหมด 3  ชั้น 

ปราสาทชั้นนอกฐานปราสาท ด้านนอกจะมีคูน้ำ กำแพง ล้อมรอบเมือง จะสื่อถึงเขาพระสุเมรุ และมีทางเข้าสู่มหาปราสาทมีทั้งหมด 5 ประตู ประตูที่ใหญ่สุดเป็นประตูของกษัตย์ เล็กรองลงมาก็จะเป็นของขุนนาง และเล็กลงมาอีกก็จะเป็นประชาชนราษฎร  ปราสาทชั้นกลาง เป็นสถานที่ใช้ในการทำพิธีสถาปนากษัตริย์ ทุกๆกษัตริย์ต้องมาที่นี้และต้องมาเคารพอดีตบูรพกษัตริย์ที่แห่งนี้ พอผ่านเข้าไปในโคปุระชั้น 2 ตามผาผนังจะเห็นระเบียงคตแกะสลักนู้นต่ำ เล่าเรื่องราววรรณคดีรามเกียรติ์ การกวนเกษียรสมุทร นางอัปสร นางอัปสรา และการต่อสู้ศึกสงครามของกษัตริย์ในยุคอาณาจักรขอม อย่างสวยงามด้วยผีมือช่างใน

ยุคนั้นที่มีประณีตอย่างน่าทึ่ง ปราสาทชั้นกลาง ใจกลางมหาปราสาท ซึ่งอยู่ชั้นที่ 3 เปรียบเสมือน ศูนย์กลางจักรวาล หรือเขาพระสุเมรุที่ประทับของเทพชั้นสูงหรือที่พระทับของพระมหากษัตริย์ค่ะ สถานที่แห่งนี้ถือว่าดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวเมืองเสียบเรียบมากกว่ากรุงพนมเปญซึ่งเป็นเมืองหลวงคะ หลังจากนั้นก็ไปทานอาหารเย็น เป็นบุฟเฟต์นานาชาติ พร้อมกับชมโชว์ ระบำนางอัปสราเป็นการแสดงพื้นบ้าน ซึ่งได้มีการแกะท่าระบำมาจากการแกะสลักหินผาผนังตรงระบียงคตที่นครวัดนะคะ จากนั้นก็พาลูกค้าไปช้อปปิ้ง อังกอร์ ไนท์ มาร์เก็ต ไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง สินค้าพื้นเมือง จะมีอาหาร ร้านเสื้อผ้า ของที่ระลึก ร้านนวดเพราะวันนี้เดินทั้งวันค่ะ และร้านกินดื่ม ร้านกาแฟ ร้านอาหารไทยค่ะ จากนั้นก็กลับโรงแรมนะคะ เพราะพรุ่งนี้ก็จะเดินทางกลับกรุงเทพแล้วจ้า

วันนี้ก็วันที่ 3 ของทริปนะคะ หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ ก็นำคณะไปกราบนมัสการวัดชื่อดังของเสียบเรียบ วัดพรหมรัตน์ ชึ่งห่างจากโรงแรมประมาณ 15 นาที 

วัดนี้จะมีองค์พระประธานที่แตกต่างจากวัดอื่น คือตอนแรกองค์พระประธานจะเป็นพระพุทธรูปนอน ซึ่งสร้างมากจากกาบเรือ ในตำนานมีพระสงฆ์ออกเรือบิณฑบาตจากเสียบเรียบข้ามโตนเลสาปเพื่อไปพนมเปญ ระยะทางไปกลับก็ 300 กว่ากิโล ระหว่างทางเจอพายุ พัดพาทำให้เรือแตกแยกออกเป็น 2 ส่วน พระสงฆ์ได้อาศัยส่วนหัวเรือกลับมาถึงเสียบเรียบโดยปลอดภัยอย่างอภินิหาร ในขณะที่อีกส่วนท้ายของเรือถูกพัดพาไปอีกเมืองนึง จากนั้นก็ได้นำกาบเรือทั้ง 2 ส่วน มาสร้างพระพุทธรูปนอน  ต่อมาก็ได้สร้างองค์พระประธานนั่งองค์ใหม่ทางด้านหน้า นักท่องเที่ยวต้องเดินไปทางด้านหลังถึงจะได้เห็นและกราบไหว้ค่ะ 

จากนั้นไปชม ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าไหม+ศูนย์ฝึกวิชาชีพ เป็นเหมือนโรงเรียนฝึกหัดงานหัตถกรรม งานแกะไม้ วาดภาพสี ทอผ้าไหม เครื่องเงิน จะแสดงให้เห็นขั้นตอนการทำ ชิ้นงานแต่ละชิ้นออกมา ด้วยงานผีมือล้วนๆ จากนั้นนำคณะไปทานอาหารเที่ยง แล้วไปช้อปปิ้งที่ ตลาดซาจ๊ะ ตลาดแห่งนี้ก็ขายสินค้าเหมือนกันกับ อังกอร์ ไนท์ มาร์เก็ต ทุกอย่างและอยู่พื้นที่เดียวกันเพียงแต่คนละฝั่งถนน ตลาดซาจ๊ะก็จะเน้นขายพวกปลาสด พืชผักผลไม้ต่างๆค่ะเพิ่มเข้ามาค่ะ เหมือนตลาดสด บริเวณตลาดก็คึกคักไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวคะ พอได้เวลาที่เหมาะสม ก็นำคณะไปยังสนามบินเสียบเรียบค่ะ เพื่อกลับกรุงเทพนะคะ ไฟล์บินขากลับ FD615 16.35 น. ถึงไทย 17.50 น. สำหรับทริปนี้ถือว่ามาแล้วได้รับความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเราเยอะเลยค่ะ อิอิอิ บ้างเรื่องเราอาจจะเรียนแค่ไหนตำรา แต่พอเราได้มาสัมผัสบรรยากาศและสถานที่จริงๆ มีความรู้สึกว่า เสียบเรียบ พื้นที่แห่งนี้ มีอะไรให้ท่านได้เรียนรู้ ได้ศึกษา อีกเยอะเลยค่ะ มาชมปราสาทหินที่เสียบเรียบรับรองไม่มีผิดหวังแน่นอนค่ะ

 

 

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น