บันทึกนักเดินทาง

Angkor Wat 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่คุณต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

29 พฤศจิกายน 2562

นครวัด (Angkor Wat) มหาปราสาท เทวาลัยอันศักดิ์สิทธิ์ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่และสง่างามแห่งอาณาจักรขอม ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น  1 ใน 7 สิ่ง มหัศจรรย์ของโลก  สร้างขึ้นพุทธศตวรรษที่ 17 (พ.ศ.1656 - 1693)โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพื่ออุทิศถวายแด่ พระวิษณุ หรือพระนารายณ์  เทพเจ้าสูงสุดแห่งลัทธิไวษณพนิกาย เดิมมีชื่อว่าปราสาทพระพิษณุโลกหรือวิษณุโลก ต่อมาได้เปลี่ยนมาเรียกว่านครวัด

นครวัด (Angkor Wat)

นครวัด มีผังเป็น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 1,300 เมตร  และยาว 1,500 เมตร รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1.9 ล้านตารางเมตรมีบารายหรือคูน้ำ ขนาดกว้าง 190 เมตร ยาวด้านละ 1,900 เมตร ล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน  ปราสาทแห่งนี้ สร้างด้วยหินจากเขาพนมกุเลน ห่างจากนครวัดถึง 50 กิโลเมตร  มาแกะเป็นทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่วางซ้อนๆกันเป็นรูปปราสาท

ช่วงเวลานี้ทางเดินเข้าปราสาทได้ปิดปรับปรุงเนื่องจากทรุดตัวลง กำลังซ่อมแซมอยู่ จึงมีการสร้างทุ่นลอยน้ำให้นักเที่ยวเดินเข้าตัวนครวัดทางนี้แทน

แผนผังปราสาทนครวัด

ปราสาทนครวัดเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปะขอม หันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีกำแพงล้อมรอบ 4 ชั้น ก่อนถึงปราสาทประธาน กำแพงด้านนอกสุดมีคูน้ำที่ล้อมรอบทั้งสี่ด้าน คูน้ำกว้าง 100 เมตร ด้านทิศตะวันตกมีสะพานนาคทอดข้ามคูน้ำเข้ามาที่กำแพงชั้นนอก มีซุ้มประตู (โคปุระ) 5 ประตู 3 ประตู อยู่แนวตรงกลางอีก 2 ประตู อยู่ด้านข้างสุดปลายระเบียงคด การนำชมนี้จะแบ่งบริเวณที่น่าสนใจเป็น4จุด ได้แก่

  • บริเวณโคปุระกลางที่กำแพงชั้นนอก
  • ระเบียงคดชั้นแรก : ชมภาพแกะสลักยาวที่สุดในโลก
  • ระเบียงคดชั้นที่ 2 : ชมนางอัปสรา            
  • ระเบียงคดชั้นที่ 3 : สู่ที่ประทับของเทพน 

 

จุดที่ 1  บริเวณโคปุระกลางที่กำแพงชั้นนอก

ซุ้มประตูทางเข้าชั้นแรก

ภายในห้องคูหาของซุ้มประตูตรงนี้ (ซุ้มประตูกำแพงชั้นแรก ปีกทิศใต้) มีประติมากรรมขนาดใหญ่ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรถือดอกบัวแปดกร เป็นศิลปะแบบบายน แตกต่างจากฐานรูปเคารพอื่น ๆ พระกรทั้งแปดมีร่องรอยต่อเติมใหม่ พระเศียรเคยหักหายไปแล้วหาพบจึงนำกลับมาต่อใหม่เมื่อไม่นานนี้ ขนาดรูปเคารพมีความสูงใหญ่กว่า

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ถือดอกบัวแปดกร เป็นศิลปะแบบบายน

จุดที่ 2 ระเบียงคดชั้นแรก : ชมภาพแกะสลักยาวที่สุดในโลก

ภาพแกะสลักนูนต่ำ (Bas-relief) ที่ระเบียงคดชั้นแรกของนครวัด เป็นสิ่งเลื่องชื่อที่สุดอย่างหนึ่งของกลุ่มปราสาททั้งหลายในเมืองพระนครก็ว่าได้ เอเตียง เอโมนิเยร์ นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ได้คำนวณพื้นที่ของระเบียงคดทั้งสี่ทิศที่มีการแกะสลักภาพ ว่ามีพื้นที่มากกว่า 1 ตารางกิโลเมตร ภาพส่วนใหญ่แกะขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 แต่ยังไม่แล้วเสร็จทั้งสี่ด้าน เชื่อว่าส่วนที่เหลือมาแกะต่อในสมัยพระบาทองค์จัน กษัตริย์สมัยหลังเมืองพระนครแล้ว ภาพสลักนูนต่ำที่นครวัด นับเป็นระเบียงคดภาพยาวที่สุดในโลก

สลักภาพนูนต่ำ

จุดที่ 3  ระเบียงคดชั้นที่ 2 : ชมนางอัปสรา        

บนผนังของระเบียงคดชั้นนี้ มีรูปสลักนางอัปสราจำนวนมาก และหนาแน่นที่สุดในนครวัด มีผู้พยายามนับจำนวนอัปสราทั้งหมดในนครวัด พบว่า มีระหว่าง 1,500-1,600 ตน เหล่าอัปสราที่อยู่บนผนัง ระเบียงคด จะมีลักษณะหลากหลายไม่ช้ำแบบกันเลย แต่อัปสราที่ชั้นนี้แตกต่างจากชั้นอื่นมาก โดยเฉพาะทรงผมและเครื่องสูงประดับศีรษะ

 นางอัปสรา

จุดที่ 4  ระเบียงคดชั้นที่ 3  สู่ที่ประทับของเทพ

ระเบียงคดชั้นที่ 2 สู่ชั้นบนสุด มีบันไดหินที่สูงและชัน  มีทั้งหมด 12 ทาง บันไดด้านตะวันตกมีขั้นบันไดค่อนข้างกว้างกว่าด้านอื่น สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นทางเสด็จสำหรับกษัตริย์ ชั้นบนสุดนี้เรียกว่า ชั้น “บากาน” ประกอบด้วยปรางค์ทั้งหมดห้าองค์ มีปรางค์สี่องค์ประจำทิศสี่มุม และปรางค์องค์กลางที่เป็นปรางค์ประธาน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด สูง 65 เมตร มีระเบียงและมุขกระสันเชื่อมต่อกันหมด ตรงมุมระเบียงคดทั้งสี่มุม โดยปรางค์ทิศทั้งสี่มุมหมายถึง ทวีปทั้งสี่ ส่วนสระน้ำหมายถึง มหาสมุทรที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ซึ่งก็คือปรางค์องค์กลาง                    

ปรางค์องค์กลางชั้นที่ 3

 

ทางขึ้นปรางค์องค์กลางเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมด้านบน

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น