บันทึกนักเดินทาง

4 สิ่งมหัศจรรย์แห่งพุกาม (4 wonders of Bagan, Myanmar)

19 เมษายน 2560

"See Angkor Wat and die, See Bagan and live."

"...การได้เห็นนครวัดสักครั้งจะทำให้คุณตายตาหลับ

...แต่การได้เห็นพุกามจะทำให้คุณอยากมีชีวิตอยู่ เพื่อรอรุ่งอรุณของวันต่อไป"

>>>Arnold Toynbee นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษกล่าวไว้<<<

 

 ...คำพูดนี้สำหรับผมแล้วมันไม่เกินเลยไปเลยจริงๆ พุกามเหมือนสวรรค์บนดิน เหมือนเราหลุดไปในอดีตเดินอยู่ท่ามกลางพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สามารถสัมผัสได้ เป็นเมืองที่ไม่ว่าจะขับรถผ่านไปที่ไหนก็จะมีแต่เจดีย์ เจดีย์ และเจดีย์บ่อยครั้งที่คนมักเปรียบพุกามว่า ไม่ว่าคุณจะชี้นิ้วไปทางไหนก็แล้วแต่รอบๆตัว ก็จะเจอเจดีย์อยู่ด้านหน้าทุกครั้งไป…

...และโบราณสถานที่ถือว่าสำคัญและมีความโดนเด่นในเรื่องสถาปัตยกรรมและประวัติความเป็นมาที่พลาดไม่ได้เมื่อเดินทางมาเยือนพุกาม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “4 สิ่งมหัศจรรย์แห่งพุกาม 4 wonders of Bagan, Myanmar” นั่นก็คือ...

>>> “เจดีย์ชเวชิกอง” (Shwezigon pagoda) <<<

“เจดีย์ชเวชิกอง” สถานที่แรกที่เป็นไฮไลท์ในดินแดนแห่งทะเลเจดีย์อย่างเมืองพุกามนี้ คงเป็นที่ไหนไปไม่ได้นองจากเจดีย์ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานอีกหนึ่งเจดีย์ และยังเป็น 1 ใน 5 บูชาสถานสูงสุดชาวพม่าให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก “เจดีย์ชเวชิกอง” ที่เมืองพุกาม โดยชื่อ "ชเวสิกอง" มีหมายความว่า "เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ" สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ราว 960 ปีก่อน ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก พระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น เจดีย์ชเวสิกองถูกบูรณะในสมัยต่อมาอีกหลายครั้ง เจดีย์ชเวสิกองเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำพื้นผิวภายนอกถูกปิดด้วยทองคำเปลว ปัจจุบันมีความสูงราว 53 เมตร หรือ 160 ฟุต มีลวดลายปูนปั้นอยู่ 3 แถว และมีเจดีย์ เล็ก ๆ เป็นบริวารอยู่รายรอบอย่างงดงามและตระการตา…

 

>>> เจดีย์สัพพัญญู (Thatbyinnyu Pagoda) <<<

...เจดีย์สัพพัญญูเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพุกาม ก่อสร้างขึ้นตั้งเเต่ พ.ศ. 1687 โดยกษัตริย์อลองสิตู ซึ่งเป็นการก่อสร้างขึ้นมาด้วยศิลปะในเเบบปาละของอินเดีย ในราวกลางศตวรรษที่ 12 เป็นอีกหนึ่งเจดีย์ที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากในเมืองพุกาม มีลักษณะคล้ายๆกับวัดอนันดา เจดีย์ถูกแบ่งออกเป็นชั้นจำนวน 5 ชั้น โดยที่ชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก วิหารแต่ละชั้นมีหน้าต่างสองแถวซ้อนกัน ทำเป็นซุ้มจระนำ ภายในจึงสว่าง และมีลมพัดผ่าน เข้ามาได้ วิหารสองชั้นแรกนั้นเคยเป็นที่พำนักของบรรดาพระภิกษุ ชั้นสามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ชั้นสี่ทำเป็นหอพระไตรปิฎก ส่วนยอดที่ทำเป็นสถูปองค์ปรางค์นั้นใช้เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ...

 

>>> วัดอนันดา (Ananda Temple) <<<

...วัดอนันดาเป็นอีกหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในพุกาม สร้างโดยพระเจ้าจันสิตตา ในปี พ.ศ. 1648 โดยชื่อ “อนันดา” แปลว่า ปัญญาที่ไม่มีที่สิ้นสุด (อนันตปัญญา) วัดอนันดา หรือ อนันดากู่พยา ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกำแพงเมือง โครงสร้างของวัดอนันดามีระเบียงทางเดินที่ไม่ซับซ้อน มีซุ้มประตูใหญ่สี่ซุ้มขนาดเท่ากันทุกด้าน ในซุ้มแต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืน สูง 9.5 เมตร ประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ซุ้ม แทนองค์พระอดีตพุทธเจ้าทั้งสี่นั่นเอง…

 

>>> วัดธรรมยางจี (Dhammayangyi Temple) <<<

...วัดธรรมยางจี Dhamayangyi Temple จุดเด่นของวัดนี้อยู่ที่ลักษณะเจดีย์มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ของตัวเองและถือว่าเป็นเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรงที่สุดในพุกาม เพราะสร้างขึ้นด้วยอิฐสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง รูปแบบการสร้างคล้ายเจดีย์วัดอนันดา คือมีลักษณะอาคารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ที่มีนามว่า นราธุ (King Narathu) วิหารนี้มีอีกชื่อเรียกว่า กาลักยามิน (Kalagya Min) หมายถึง วิหารของกษัตริย์ที่ถูกฆ่าโดยพวกกาลา ทหารของกษัตริย์ปาเทกคายา (Pateikkaya) แห่งอินเดีย เพื่อเป็นการแก้แค้นให้พระบิดาของกษัตริย์อินเดีย ซึ่งถูกฆ่าโดยกษัตริย์นราธุพระสวามีของพระนางเอง นอกจากวัดธรรมยางจี เป็นวัดที่มีวิหารยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองพุกามแล้ว ยังมีอีกหนึ่งความอัศจัรรย์ที่น่าตกตะลึงเกี่ยวกับการก่อสร้าง โดยเฉพาะการวางแนวของอิฐแต่ละก้อนซึ่งมีความประณีตบรรจง ถือว่าเป็นศิลปะพุกามขนานแท้ก็ว่าได้...

 

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น