บันทึกนักเดินทาง

10 สถานที่ ไม่น่าพลาดเมื่อมาเยือนฮ่องกง

01 ธันวาคม 2559

 

หากจะพูดถึงการไปเที่ยวต่างประเทศนั้น สำหรับคนส่วนใหญ่จะไปเที่ยวประเทศเดิมที่เคยไปมาแล้ว ครั้ง – 2 ครั้ง แต่ฮ่องกงเป็นประเทศที่ทำให้หลายคนกลับไปเที่ยวอีก มากกว่า 2-3 ครั้ง หรือบางคนอาจไปมาแล้ว มากกว่า 5 ครั้งก็มีนะคะ หลังจากที่มีโอกาสพาลูกทัวร์ไปเที่ยวฮ่องกงมาแล้วหลายรอบ วันนี้จึงอยากมาเล่าถึง สถานที่ TOP 10 ของฮ่องกง ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว บอกเลยว่าไปถึงฮ่องกงแล้ว ต้องห้ามพลาด

 

 

1. วิคตอเรีย พีค (VICTORIA PEAK)

วิคตอเรียพีค จุดเด่นของที่นี่ คือ การที่ได้ไปชมวิวบนยอดเขา วิวที่มองลงมานั้นจะเต็มไปด้วยตึกสูงที่อยู่โดยรอบเกาะฮ่องกง และฝั่งเกาะเกาลูน รวมไปถึงตึกที่อยู่ริมอ่าววิคตอเรีย ซึ่งเป็นภาพที่หาได้ยาก และถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของฮ่องกง  

วิคตอเรียพีค  เป็นเขาที่ตั้งอยู่บนเกาะฮ่องกง สูงจากระดับน้ำทะเล 552 เมตร และถือเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 24 ของฮ่องกง ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นเขาที่มีความสูงมากที่สุด  แต่เชื่อได้ว่าเป็นเขาที่มีจุดชมวิวสวยที่สุดในฮ่องกง การันตีจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่แห่งนี้ ถือได้ว่าถ้าใครมาฮ่องกงแล้วไม่ได้ขึ้นไปชมบรรยากาศที่วิคตอเรียพีค เหมือนกับว่ามายังไม่ถึงฮ่องกงนะคะ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศยามเช้า หรือบรรยากาศยามเย็น จนไปถึงยามค่ำคืน ก็จะมีนักท่องเที่ยว รวมถึงคนฮ่องกงเองไปชมวิวบนยอดเขาอยู่ตลอด การเดินทางขึ้นไปบนเขานั้น สามารถเดินทางโดยรถยนต์ หรือ รถเมล์ สาย 15 บริเวณ EXCHANGE SQUARE ก็มีบริการขึ้นไปถึงบนยอดเขาคะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ส่วนขากลับก็สามารถไปรอรถเมล์ดั้ชั้นใต้ดินของห้าง THE PEAK GALLERIA (ฝั่งตรงข้าม THE PEAK TOWER) และอีกหนึ่งไฮไลท์ ก็คือการนั่งรถราง PEAK TRAM ขึ้นไปด้านบน ซึ่งเป็นพาหนะเก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1888 และถือเป็นรถรางแห่งแรกของเอเชียก็ว่าได้ สมัยก่อนเป็นรถรางที่ใช้พลังงานไอน้ำ ต่อมาในปี ค.ศ.1926 ก็ได้เปลี่ยนเป็นระบบเกียร์ไฟฟ้า โดยมีความปลอดภัยสูง ตลอดเส้นทาง 1.4 กิโลเมตร ระหว่างนั่งรถราง ท่านจะเห็นวิวแบบเอียงๆ แปลกตาไปอีกแบบ รถราง PEAK TRAM เปิดเวลา 07.00-24.00 น. สำหรับวันจันทร์-ศุกร์ หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดสำคัญ เปิดเวลา 08.00-23.00 น. ราคาผู้ใหญ่ ไป-กลับ 75 HKD, เด็ก (อายุ 3-11 ปี) และคนชรา (65 ปีขึ้นไป) ไป-กลับ 36 HKD ท่านใดที่มีโอกาสไปท่องเที่ยวที่ฮ่องกง อย่าลืมนะคะ ไปถ่ายรูปเซลฟี่สวยๆ ปักหมุดกันที่นี่เลย  “ วิคตอเรียพีค ” ภาพที่มองไปเห็นทิวทัศน์ของตึกระฟ้าริมอ่าววิคตอเรีย ถึงจะดูหนาแน่นไปด้วยตึกสูง แต่ก็ถือว่าเป็นภาพที่ยากจะลืมเลือน 

 

 

2. รีพลัสเบย์ (REPLUSE BAY)

รีพลัสเบย์ จุดเด่นของที่นี่ คือ มีหาดทราย และสามารถเล่นน้ำทะเลได้ เป็นชายหาดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อธุรกิจท่องเที่ยว จากการถมทราย เพื่อทำเป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าหลายองค์ให้กราบไหว้ด้วย

ชายหาดรีพัลัสเบย์ (REPULSE BAY BEACH) เป็นชายหาดยาวที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง ในอดีตถูกครอบครองโดยกลุ่มโจรสลัด ซึ่งจะคอยดักปล้นพวกเรือสินค้าที่ผ่านไป ผ่านมาบริเวณนี้ แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

พออังกฤษเข้ามายึดครองฮ่องกง ก็ได้ปราบปรามเหล่าโจรสลัด และตั้งชื่อชายหาดนี้ตามชื่อเรือ HMS REPULSE ว่า “REPULSE BAY” ย่านนี้ยังเป็นย่านที่พักของเหล่าเศรษฐีฮ่องกงอีกด้วย เพราะชาวฮ่องกงเชื่อว่าตามหลักฮวงจุ้ย หากได้ปลูกบ้านโดยด้านหน้าหันออกทางทะเล จะทำให้อุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา และด้านหลังติดภูเขา จะทำให้มีความมั่นคง คนในบ้านรู้รักสามัคคีกัน ดังนั้นที่ดินย่านนี้จึงมีราคาสูงมาก เมื่อมาย่านนี้เราจึงจะได้เห็นบ้านเป็นหลังๆและตึกสวยๆ ของเหล่าบรรดาเศรษฐีฮ่องกงค่ะ  ย่านนี้จะมีวัดที่ชาวฮ่องกงและชาวต่างชาติให้ความศรัทธา เลื่อมใส เป็นอันดับต้นๆของฮ่องกง วัดที่กำลังพูดถึงนี้ ก็คือ วัดเจ้าแม่กวนอิม ในวัดจะมีรูปปั้นเทพเจ้าหลายองค์ ล้วนแล้วมีความหมายและมีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถขอพรได้แตกต่างกัน 

“เจ้าแม่กวนอิม” องค์นี้เป็นปางประทานพร สามารถขอพรได้ทุกเรื่อง  และขอเรื่องที่สำคัญที่สุดในขณะนั้น เพียงเรื่องเดียว

“เจ้าแม่ทับทิม” ขอพรทางด้านความปลอดภัยในการเดินทาง มีความเชื่อว่าเป็นเทพที่คุ้มครองด้านการเดินทาง

“พระสังฆะจาย หรือ HAPPY BUDDHA” องค์สีขาวทางด้านซ้ายในรูป ที่มีเด็กเกาะอยู่รอบๆค่ะ หากท่านใดที่มีลูกยาก หรืออยากมีลูก ให้มาขอพรที่องค์นี้ได้เลยค่ะ

“เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยะ” องค์สีดำ เชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ที่ไม่ว่าคนไทยเรา หรือแม้แค่คนจีน คนฮ่องกง ก็ให้ความเคารพและนับถือเป็นอย่างมาก

สะพานอายุยืน เดินข้ามแต่ละรอบ เชื่อว่าช่วยต่ออายุได้อีก 3 ปี ตอนเดินขึ้นให้ก้าวเท้าซ้ายขึ้นเดินก่อน (แต่ห้ามเดินย้อนกลับนะ! เพราะเขาเชื่อว่าอายุจะสั้นลงไป 3 ปี)

ชายชราถือสมุดเล่มแดง (เทพเจ้าคู่ครอง) ให้ไปขอพรในเรื่องความรัก การขอพรนิยมลูบหินสีดำ คนโสดก็จะได้พบเนื้อคู่

ศาลาแปดเหลี่ยม จุดที่ฮวงจุ้ยดีที่สุดในฮ่องกง เพียงมาเยือนที่นี่ก็ถือเป็นสิริมงคลกับชีวิต ป้ายด้านหลังสลักเป็นอักษรฮ่องกง มีความหมายถึงการอวยพรให้ประสบความสำเร็จ สมปรารถนาในทุกๆด้าน

 

 

3. วัดแชกงหมิว (CHEKUNG TEMPLE)

วัดแชกง (CHE KUNG TEMPLE) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดกังหันลม” จุดเด่นของวัดนี้ คือ การหมุนกังหันจีนโบราณ ขอพรเทพแชกง เพราะวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งชาวฮ่องกงให้ความเลื่อมใส ศรัทธา ในองค์เทพแชกง ซึ่งเป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมาอย่างช้านาน  เรื่องของกังหันลมที่พัดพาเอาสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต เชื่อว่าการหมุนกังหันกลับทิศ จะช่วยหมุนชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีได้ 

ตามตำนานที่ได้เล่าขานกันมา ว่ากันว่ามีเหตุการณ์ที่โจรสลัดจะเข้ามาปล้นหมู่บ้าน โดยนายพลแชกงเห็นดังนั้นจึงบอกให้ชาวบ้านพับกังหันกระดาษ แล้วเอาไปเสียบไว้ที่หน้าบ้าน ความมหัศจรรย์ก็คือเมื่อกองทัพโจรสลัดมาถึง กลับหาทางเข้าหมู่บ้านไม่เจอ จนกระทั้งเสบียงอาหารหมด จึงคิดว่าไม่มีหมู่บ้านอยู่ระแวกนี้ จึงยกทัพกลับไป ทำให้ชาวบ้านรอดพ้นจากการถูกปล้นในครั้งนี้ หลังจากนั้นชาวบ้านจึงสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น พร้อมทั้งแกะสลักไม้เทพแชกง และพับกังหันลมเพื่อเป็นการระลึกถึงท่านแชกง ดังนั้นกังหันลมจึงเป็นสัญลักษณ์แทนการขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป และนำสิ่งดีดีเข้ามา ในวัดจึงมีกังหันลมโบราณตั้งอยู่ด้านข้าง ทั้ง 2 ข้างของรูปปั้น เทพแชกง กังหันลมของที่นี่จะมี 4 ใบพัด ซึ่งมีความหมาย คือ เดินทางปลอดภัย, สุขภาพแข็งแรง, โชคลาภ เงินทอง และสมปรารถนา  วิธีการหมุนกังหันขอพรก็คือ หมุนกังหันลมไปทางขวามือ 3 รอบ อธิษฐาน แล้วมาตีกลอง 3 ครั้ง วัดแชกงเป็นอีกหนึ่งวัด ที่ชาวฮ่องกงให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก มีความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของ เทพแชกง ซึ่งเมื่อมาถึงฮ่องกงแล้วไม่ได้มาไหว้ที่วัดนี้ ก็จะเหมือนกับว่ามาไม่ถึงฮ่องกงนะคะ

 

 

4. วัดหวังต้าเซียน (WONG TAI SIN TEMPLE)

วัดหวังต้าเซียน หรือ หว่องไท่ซิน ในสำเนียงกวางตุ้ง จุดเด่นของวัดนี้    เป็นวัดเก่าแก่กว่าร้อยปีและได้รับความศรัทธามากที่สุดในฮ่องกง ผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ตลอดเวลา สังเกตจากควันธูปคละคลุ้งจนแสบตา นักท่องเที่ยวต่างก็มาเพื่อสักการะขอพรจากท่านมหาเทพ นอกเหนือจากการมาเพื่อการท่องเที่ยว วัดหวังต้าเซียน เป็นวัดที่มีคนมากราบไหว้มากที่สุด เพราะที่ตั้งของวัดเป็นจุดที่ฮวงจุ้ยดีมาก และเป็นสถานที่เชื่อกันว่าคำอธิษฐานจะประสบผลสำเร็จ  วัดสีสันสดใสของลัทธิเต๋าแห่งนี้จะมีผู้คนที่มาขอพรมากมาย ตั้งแต่เรื่องความรักไปจนถึงฤกษ์มงคลสำหรับทำธุรกิจ ชาวฮ่องกงนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของ วัดหวังต้าเซียนเป็นอันมาก และคาดว่าน่าจะสมปรารถนาจำนวนมาก สังเกตจากของที่นำมาแก้บนมีจำนวนมากมาย

 

 

5. THE SYMPHONY OF LIGHTS การแสดงแสงสีเสียงกลางแจ้งริมอ่าววิคตอเรีย

งานแสดง แสง สี เสียง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บันทึกโดยกินเนสส์บุ๊ค จุดเด่นของโชว์นี้ คือ ใช้ตึกราว 47 ตึก รอบอ่าววิคตอเรีย ในการแสดงโชว์นี้ การแสดงจะมี 5 ธีมด้วยกัน คือ AWAKENING เป็นสัญลักษณ์แสดงการเติบโตของฮ่องกง, ENERGY พลังอำนาจ, HERITAGE มรดกทางวัฒนธรรมและประเพณี, PARTNERSHIP ความร่วมมือจากทั้งสองฝั่งของอ่าวฮาเบอร์ และ CELEBRATION เฉลิมฉลองความสำเร็จจากการร่วมมืองของทั้งสองฝั่ง และแสดงถึงอนาคตที่สดใสของฮ่องกง

การแสดงจะมีการยิงเลเซอร์ และไฟหลากสีบนตึกที่ขึ้นลงตามจังหวะเพลงในแต่ละธีม ใช้เวลาแสดงทั้งหมดประมาณ 15 นาที และมีแสดงทุกวัน เวลา 2 ทุ่มตรง ควรไปก่อนการแสดงเริ่ม อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพราะเมื่อใกล้เวลาแสดงแล้ว ผู้คนจะมาชมการแสดงเยอะมากในทุกๆวัน จึงควรเผื่อเวลาที่จะไปจับจองพื้นที่ไว้เพื่อชมการแสดงค่ะ

 

 

6. สวนสนุก DISNEYLAND HONG KONG

สวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ จุดเด่นของที่นี่ คือ เป็นสวนสนุกแห่งโลกแห่งจินตนาการ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของการมาเที่ยวฮ่องกง  ที่ทั้งผู้ใหญ่หรือเด็กก็อยากมาสัมผัส เพราะเต็มไปด้วยตัวการ์ตูนชื่อดังมากมาย เครื่องเล่น ร้านอาหาร จุดถ่ายรูป การแสดงโชว์ต่างๆจากเหล่าตัวการ์ตูน วอลท์ดิสนีย์แลนด์แบ่งเป็น 7 โซนใหญ่ ดังนี้

- MAIN STREET U.S.A.  จะเต็มไปด้วยบ้านเรือนแนวคันทรี ที่ขายของที่ระลึกของวอลท์ดิสนีย์

- TOMORROW LAND  เป็นโซนเครื่องเล่นแห่งอนาคต เครื่องเล่นจะออกแนวตื่นเต้น ท้าทาย

- FANTASY LAND  เป็นโซนดินแดนแห่งเทพนิยาย เครื่องเล่นเบาๆ เหมาะสำหรับเด็กๆ คุณหนูตัวน้อย

- MYSTIC POINT  ตื่นตะลึงไปกับดินแดนมหัศจรรย์ ที่ถูกปลุกขึ้นมาจากเจ้าลิงน้อยจอมซน

- TOY STORY LAND  โซนนี้ใช้ธีมจากภาพยนตร์เรื่องทอย สตอรี พร้อมเครื่องเล่นท้าความกล้ามากมาย

- ADVANTURE LAND  เครื่องเล่นจะเป็นแนวผจญภัย และเป็นจุดชมโชว์สุดอลังการอย่าง FESTIVAL OF THE LION KING

- GRIZZLY GULCH  เครื่องเล่นสุดตื่นเต้น นั่งรถไฟตะลุยเหมืองแร่ในหุบเขาหมีกริชลี่

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ราคาตั๋วผู้ใหญ่ 539 HKD // ราคาตั๋วเด็ก (อายุ 3-11 ปี) 385 HKD สามารถเดินทางไปได้โดยการนั่งรถไฟใต้ดิน เริ่มต้นกันที่นั่งรถไฟใต้ดินมาเปลี่ยนสาย ขึ้นสายสีส้มที่สถานี CENTRAL หรือ HONG KONG แล้วนั่งไปถึงสถานี SUNNY BAY จากนั้นเปลี่ยนขบวนมาสายสีชมพู ลงที่สถานี DISNEYLAND RESORT หรือ นั่งรถยนต์ส่วนตัว, TAXI มาได้ตามสะดวกเลยค่ะ

 

7. สวนสนุก OCEAN PARK

สวนสนุกโอเชี่ยนปาร์ค จุดเด่นของที่นี่ คือ เครื่องเล่นสุดหวาดเสียว ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา แถมยังมีสวนสัตว์ให้เด็กๆได้ชมอีกด้วย เป็นสวนสนุกแห่งแรกของฮ่องกง ถือเป็นสวนสนุกคู่บ้าน คู่เมือง ของฮ่องกงเลยทีเดียว เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1977 เป็นทั้งสวนสนุก และสวนสัตว์ระดับโลก ที่มีทั้งการแสดงโชว์ของสัตว์นานาชนิด และเครื่องเล่นที่หวาดเสียวมากมาย  ตั้งอยู่บนเขาริมทะเล พื้นที่จะแบ่งเป็นสองโซนที่อยู่ไม่ติดกัน โดยจะอยู่คนละด้านของภูเขา หากเข้ามาในสวนสนุกแล้ว โซนแรกที่จะได้เจอ คือ โซนสวนสัตว์ หรือ WATERFRONT จะอยู่ด้านเหนือ จุดเด่นของโซนนี้ คือ เจ้าแพนด้าตัวอ้วน ซึ่งจะออกมาโชว์ตัวเป็นรอบๆ และอควาเรียมที่มีตู้ปลาขนาดยักษ์ ปลามากกว่า 400 สายพันธุ์ สวนนก นิทรรศการปลาทอง รวมถึงเมืองเก่าที่จำลองฮ่องกงในอดีตเอาไว้ให้เราเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป ก่อนที่จะนั่งกระเช้าข้ามภูเขาไปยังโซนที่สอง (กระเช้าบริการฟรี) นั่นก็คือ สวนสนุก จะอยู่ด้านใต้ของภูเขา ซึ่งระหว่างนั่งกระเช้าเราสามารถชมวิวมุมสูงได้แบบ 360 องศา แต่สำหรับใครที่กลัวความสูง ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะทางสวนสนุกมีรถไฟขึ้นเขาไว้บริการอยู่ด้วยค่ะ ด้านบนจะเป็นโซนเครื่องเล่นที่จะเน้นเป็นแนวหวาดเสียว ส่วนมากเป็นเครื่องเล่นผู้ใหญ่ แต่ก็จะมีเครื่องเล่นที่เอาใจเด็กๆอยู่บ้างเช่นกัน พูดได้เลยว่ามาที่นี่ที่เดียว ได้ครบทุกกิจกรรม โดยส่วนมากแล้วเด็กโต จะนิยมมาเที่ยวสวนสนุกโอเชี่ยนปาร์คเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเด็กเล็กจะเหมาะกับที่ ฮ่องกงดิสนีแลนด์มากกว่าค่ะ โอเชี่ยนปาร์ค เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ราคาตั๋วผู้ใหญ่ 345 HKD // ราคาตั๋วเด็ก (อายุ 3-11 ปี) 173 HKD สามารถเดินทางไปได้โดยการนั่งรถเมย์ โดยที่มาขึ้นรถเมย์ได้บริเวณ BUS STATION ใต้ตึก EXCHANGE SQUARE นั่งรถสาย 6A, 6X, 90, 629 สาย 6A, 6X ลงที่ป้าย WONG CHUK HANG SAN WAI / WONG CHUK HANG ROAD  สาย 90 ลงป้าย ABERDEEN TUNNEL หรือ นั่ง MRT มาลงที่สถานี ADMIRALTH ทางออก B ต่อรถบัส 629 (รถรับส่งไป OCEAN PARK) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

 

 

8. กระเช้านองปิง 360 องศา ไหว้พระใหญ่เกาะลันเตา (NGONG PING 360)

กระเช้านองปิง 360 องศา ไหว้พระใหญ่เกาะลันเตา จุดเด่นของที่นี่ คือ การนั่งกระเช้านองปิง 360 องศา มีความยาวกว่า 5.7 กิโลเมตร ใช้เวลาในการนั่งประเช้าประมาณ 25 นาที เพื่อขึ้นไปวัดโปลิน ไหว้พระใหญ่เทียนถาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

กระเช้านองปิง 360 องศา จะนั่งได้ 8 คน ต่อ 1 กระเช้า สถานนี้กระเช้านองปิง 360 องศา อยู่ห่างจากสนามบินไม่มาก ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 10 นาที ก็มาถึงสถานีกระเช้าแล้ว เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และ เวลา 09.00-18.30 ในวันเสาร์-อาทิตย์ สามารถไปซื้อตั๋วที่สถานีกระเช้าได้เลย หรือจะจองหน้าเว็บไซต์ http://www.np360.com.hk  

ค่าเข้าชม: ไป-กลับ แบบธรรมดา 135 HKD, คริสตัล 213 HKD  การเดินทาง: เดินทางโดย MRT ลงที่สถานี TUNG CHUNG ถ้ามาจากสายสีนํ้าเงินหรือสีแดง ต้องมาเปลี่ยนสายรถไฟสายสีส้มที่สถานี CENTRAL หรือ HONG KONG

 นั่งกระเช้าขึ้นไปสู่ วัดโปหลิน (POLIN MONASTERY) วัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เดิมเป็นวัดขนาดเล็กที่มีพระภิกษุสงฆ์เพียง 3 องค์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1924 ได้เปลี่ยนเป็นศาสนสถานโปหลิน พร้อมทั้งมีการสร้างอารามและโบสถ์เพิ่มขึ้น จึงทำให้มีพระภิกษุเดินทางมาจำวัดกันเป็นจำนวนมาก ตรงข้ามวัดโปหลิน คือที่ตั้งของ พระพุทธรูปเทียนถาน (TIAN TAN BUDDHA STATUE)  ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างมาจากทองสัมฤทธิ์ 202 แผ่น หนัก 250 ตัน ในปี ค.ศ. 1990 ก่อนแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1993 แม้การขึ้นไปนมัสการองค์พระจะต้องฝ่าด่านบันได 268 ขั้น แต่ก็คุ้มค่าเพราะนอกจากจะได้เห็นวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศาแล้วจะได้ชมประติมากรรมรูปเหล่านางฟ้าที่กำลังถวายเครื่องบูชาเบื้องหน้าพระพักตร์ขององค์พระใหญ่ด้วย และยังได้นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปหยกขาวจากศรีลังกา ที่ตั้งอยู่ภายในห้องใต้ฐานองค์พระใหญ่ด้วย

 

9. ช้อปปิ้งย่านจิมซาจุ่ย

ย่านจิมซาจุ่ย (ถนนนาธาน) จุดเด่นของที่นี่ คือ ร้านสินค้าแบรนด์เนมมากมายจากทุกมุมโลก ให้ท่านเลือกช้อปอย่างจุใจหากท่านต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดของฮ่องกง ต้องถนนนาธาน ย่านจิมซาจุ่ย บนฝั่ง เกาลูน ถือเป็นแหล่งช้อปแห่งแรกของเกาะฮ่องกงที่ทันสมัยที่สุด มีร้านค้าไว้เกือบทุกประเภท รวมทั้งโรงแรมนับสิบ และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ล้ำสมัยสุด ๆ แปลกใหม่ หลากหลายประเภทให้จับจ่าย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ เชิญเลือกชมซื้อสินค้าแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์เป็นของ ตัวเองในสินค้ากิ๊บเก๋มากมาย ให้ได้เลือกมิกซ์แอนด์แมช ได้อย่างเมามันส์กันเลยทีเดียว นับเป็น สวรรค์ของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

การเดินทาง: ย่านจิมซาจุ่ย จะตั้งอยู่ที่เกาะเกาลูน ย่านนี้จะครอบคลุมถนนหลายสาย หลักๆที่นักช้อปไม่ควรพลาด ก็คือ ถนนนาธาน (NATHAN ROAD) เป็นถนนเส้นที่มีร้านแบรนด์กลางๆ จนถึงแบรนด์หรูๆ รวมถึงห้างดังหลายที่ เช่น THE ONE, MIRAMAR SHOPPING CENTRE, K11 ART MALL การเดินทาง: โดย MRT ลงที่สถานี TSIM SHA TSUI ทางออก B1

ถนนคัตตอล  (CANTON ROAD) หรือหลายคนเรียกว่าถนนแบรนด์เนม เพราะจะมีช็อปใหญ่ๆระดับโลดหลายต่อหลายช็อปตั้งอยู่ ทั้ง LOUIS VUITTON, ARMANI, PRADA, GUCCI, VERSACE, HERMES, FENDI และอีกมากมาย ซึ่งร้านต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของห้าง HARBOUR CITY ซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง รวมแบรนด์ดังกว่า 700 ร้านเลยที่เดียว การเดินทาง: โดย MRT ลงที่สถานี TSIM SHA TSUI ทางออก A1 เดินผ่านถนน HAIPHONG ไปเรื่อยๆ ประมาณ 400 เมตร จะถึงถนน CANTON 

 

 

10. ช้อปปิ้ง CITY GATE OUTLET

CITY GATE OUTLET จุดเด่นของที่นี่ คือ ห้างสรรพสินค้ายอดนิยม ราคาย่อมเยาว์ เป็นห้างใหญ่ที่ติดกับ สถานี TUNG CHUNG อยู่ใกล้กับสถานีขึ้นกระเช้านองปิง 360 อาศา ถือได้ว่าเป็นห้างยอดนิยมมากอีกที่หนึ่ง จะรวมร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ระดับกลางๆ เช่น ร้านรองเท้า ADIDAS, NEW BALANCE, K-SWISS, NIKE, PUMA ร้านเสื้อผ้า GIORDANO, ESPRIT, MANGO, TIMBERLAND, GUESS, LEVI’S, SANSONITE, BALLY  ร้านกระเป๋า COACH และยังรวมแบรนด์อื่นๆอีกมากมาย หากจะพูดถึงราคา จะค่อนข้างถูกมากกว่าห้างอื่นๆ บางร้านจะนำสินค้าที่ตกรุ่นมาลดราคาเยอะมาก ก็ต้องลองไปเดินเปรียบเทียบราคากันดูนะคะ  การเดินทาง: โดย MRT ลงที่สถานี TUNG CHUNG ทางออก C จากทางออกมาแล้ว จะเดินเข้าห้างได้เลย สะดวกมาก ถ้ามาจากสายสีนํ้าเงินหรือสีแดง ต้องมาเปลี่ยนสายรถไฟสายสีส้มที่สถานี CENTRAL หรือ HONG KONG

 

 

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น