บันทึกนักเดินทาง

บันทึกนักเดินทาง บาหลี –บุโรพุทโธ 5 วัน 4 คืน ปี59 By.OAT

31 สิงหาคม 2559

....สวัสดีครับ FC สปิริตทุกๆคน ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาโอ๊ดมีโอกาสเดินทางข้ามฟ้าข้ามทะเลไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ ของประเทศที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะมากมายอย่าง ประเทศอินโดนีเซีย โดยสายการบิน GARUDA INDONESIA….

…เริ่มกันด้วยเช้าวันแรกนะครับ คณะเราพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณเค้าเตอร์ G สายการบิน GARUDA INDONESIA ซึ่งเป็น สายการบินประจำชาติของประเทศ อินโดนีเซีย พร้อมเจ้าหน้าที่สุดแสนน่ารักรอให้การต้อนรับและบริการ Check-in นะครับ^_^”...

 

.Welcome on board Garuda Indonesia Flight GA 865 โดยที่เราจะบินไปตั้งหลักกันที่ จาการ์ต้ากันก่อนนะครับใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ เพื่อแวะต่อเครื่องไปยัง  เดนปาซาร์ (เกาะบาหลี) โดยที่ทุกคนจะได้เพลิดเพลินกับจอทีวีทางด้านหน้าที่นั่งให้ทุกคนได้เลือกใช้บริการได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ได้ตามใจชอบเลยครับ....

…..หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงเวลาทานอาหารเช้าแล้วนะครับ สำหรับ Flight กรุงเทพฯ – จาการ์ต้า  เมนูแนะนำวันนี้เป็น Omelet with sausage นะครับ รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว.....

…..ไม่นานนักเราก็เดินทางถึงสนามบินนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา (CGK)  ของจาการ์ต้าแล้วนะครับ เพื่อทำการเปลี่ยนเครื่องสู่เกาะบาหลี ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแรกของทริปเรา และในช่วงเวลาที่เรารอต่อเครื่องเราสามารถเดินช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองได้อีกด้วยนะครับ .....

....ท่านใดที่ยังไม่เต็มอิ่มจากไฟท์ จากกรุงเทพฯ – จาการ์ต้า ก็สามารถเติมพลังได้จากเที่ยวบินนี้ จาการ์ต้า – เดนปาซาร์ เพิ่มได้เลยนะครับ เมนูแนะนำวันนี้จะเป็นปลานึ่งซอส+มันฝรั่งนะครับอร่อยเลยทีเดียว^^”

……ในที่สุดเราก้เดินทางมาถึงเมือง Denpasar เมืองเอกของเกาะบาหลีที่คนไทยคุ้นหูกันนั่นเอง เมื่อมาถึงบาหลีสิ่งแรกที่เราสังเกตุเห็นนั่นก็คือที่นี่การจราจรค่อนข้างคับคั่งถึงขั้นติดเลยด้วยซ้ำในถนนบางเส้น เนื่องจากถนนที่นี่มีแค่ 2 เลน เรื่องแซงกันไปมาจึงไม่ต้องพูดถึง 555+  เราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อที่จะไปสถานที่เที่ยวแรงของเรานั่นก็คือ วิหารทานาห์ลอตนั่นเอง.....

 

.....ไม่นานเราก็เดินทางมาถึงปุราทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) หรือ วัดทานาห์ลอต ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนชายหาดริมทะเล 1 ใน 5 ของเกาะบาหลี สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล ลักษณะการสร้างบนโขดหินคล้ายเกาะเล็ก ๆ เวลาน้ำขึ้น จึงดูเหมือนวัดอยู่กลางทะเล เวลาน้ำลง เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชาวบาหลีให้ความเคารพบูชาอย่างมาก มีทิวทัศน์และบรรยากาศที่สวยงาม และด้านนอกก็เป็นตลาดขายสินค้าพื้นเมืองให้ได้เลือกช้อปกันตามอัธยาศัย....

…..เช้าวันที่สองเราขอเริ่มโปรแกรมสบายๆด้วยการแวะชมการแสดงพื้นเมืองอย่าง ระบำบารอง (Barong @ Rangda) เป็นการแสดงที่มี เรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายดีและปีศาจ บารอง ตัวแทนฝ่ายดีเป็นคนครึ่งสิงห์ ส่วนรังดา มารร้าย เป็นพ่อมดหมอผีฝ่ายอธรรม มีผู้แสดงประกอบเป็นสมุนของทั้งสองฝ่ายอีกหลายตัว ซึ่งจะต่อสู้กันจนฝ่ายธรรมะได้รับชัยชนะในที่สุด.....

......จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่เทือกเขาเบดูกัล  เพื่อชมความงามของทะเลสาบเบดูกัล และ วัดเบราตาน หรือ อุรุดานู บราตาน (Ulun Danu Bratan Temple)  วัดอุรุดานู เบราตาน ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่ พระเจ้า เดวิ ดานู (Dewi Danu) เทพเจ้าแห่งสายน้ำตามความเชื่อทางศาสนาอินดู  ตัววัดถูกสร้างอยู่บนพื้นที่ผืนเล็กๆ ที่รายรอบไปด้วยแม่น้ำ…..

.....ทะเลสาบเบดูกัลตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร จากระดับน้ำทะเลเป็นแหล่งที่พักตากอากาศ มีทะเลสาบที่สงบเงียบและถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟกุนุงบราตัน เป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญสำหรับไร่นาในแถบนี้ ...

…..อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือปุราทามันอายุน (Pura Taman Ayun)หรือ วัดเม็งวี ซึ่ง เป็นวัดที่เคยเป็นพระราชวังเก่า สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมของกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี กำแพง ประตูวัด ก่อด้วยหินสูง แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง หลังคาปูด้วยหญ้าอลัง สิ่งก่อสร้างด้านใน ตกแต่งลวดลายงดงามตามแบบบาหลี มีสระน้ำล้อมรอบ.....

…..เริ่มต้นเช้าวันที่สามเราก็มุ่งหน้าสู่ เทือกเขาคินตามณี (Kintamani)  กันเลยซึ่งจะต้องนั่งรถขึ้นไปอยู่ที่ความสูงประมาณ 1,500 เมตร มีภูเขาไฟบะตูร์ที่ยังคงมีร่องรอยของการระเบิดในอดีต ให้เราได้ชมกันอีกด้วย ภูเขาไฟลูกนี้เป็นภูเขาไฟที่มีชีวิตอยู่เนื่องจากภูเขาไฟลูกนี้ได้ปะทุครั้งล่าสุดเมื่อปี 1994 และมีทะเลสาบที่งดงามดูเป็นสีฟ้าใสราวกับแก้ว แต่บางครั้งกลับดูเป็นสีเงินเหมือนฉาบปรอท จัดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของบาหลี.....

.....มื้อเที่ยงวันนี้ขอแนะนำอาหารบุฟเฟต์สไตล์บาหลีให้ได้เลือกชิมมากมาย....

.....หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อเที่ยงสไตล์อินโดนีเซียแล้วเราก้กลับลงมาแวะชม เทมภัคสิริงค์ ( Tampaksiring ) หรือน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะในหมู่ชาวบาหลี ผู้คนเชื่อกันว่าน้ำพุนี้มีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆ ทุกปีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศจะเดินทางมาที่นี่เพื่อชำระล้างมลทินในบ่อน้ำ บริสุทธิ์ ก่อนอาบน้ำจะทำการบูชาขอบคุณเทพเจ้าแห่งน้ำพุ ที่แท่นบูชาอีกด้วย.....

 

....หลังจากนั้นเราก็จะมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติงูระห์ไร หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ท่าอากาศยานนานาชาติเดนปาซาร์(บาหลี) เพื่อนำทุกท่านเหิรฟ้าสู่เมืองยอกยาการ์ตา โดยสายการบิน GARUDA INDONESIA ไฟท์ GA 255 หลังจากออกจากสนามบินมาเราก็เข้าสู่ที่พัก ซึ่งที่เมืองนี่เราจะนอนกันที่ Sheraton Mustika Yogyakarta Resort & Spa.... 

 

…..เช้าวันที่สี่ของการเดินทางเราจะเที่ยวกันที่เมืองยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) ซึ่งในอดีตเคยเมืองหลวงของอินโดนีเซีย และมีสุลต่านปกครองสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงที่นายพลซูการ์โนพยายามต่อสู้เพื่อเอกราชของอินโดนีเซีย สุลต่านแห่งยอกยาการ์ตาก็สนับสนุนการประกาศเอกราชอย่างเต็มที่ (ซึ่งช่วยซูการ์โนอย่างมากในแง่สัญลักษณ์) หลังจากอินโดนีเซียประกาศเอกราชได้แล้ว ซูการ์โนจึงตอบแทนโดยยกยอกยาการ์ตาเป็นเขตปกครองพิเศษ และยังมีระบบกษัตริย์ (สุลต่าน) ปกครองอยู่เพียงแห่งเดียวของอินโดนีเซียทุกวันนี้ พระราชวังยอกยาการ์ตา (Kraton Yogyakarta) ถือเป็นพระราชวังแนววิลล่า (คือกษัตริย์อาศัยอยู่จริงๆ) ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมเป็นบางส่วนด้วย ข้างในมีนิทรรศการประวัติศาสตร์เกาะชวาให้ดูบ้างเล็กน้อย แต่ค่อนข้างทรุดโทรมและไม่ได้รับการดูแลเท่าใดนัก.....

 

.....พระราชวัง Taman Sari แห่งนี้เล็กแต่แปลกตาดี เข้าไปก็จะเจอซุ้มประตูและศาลาต่างๆ ซึ่งเอาไว้ให้สุลต่านทอดพระเนตรดูการระบำของนางสนมเข้าไปข้างในแล้วจะเจอ "สระน้ำกลางแจ้ง" ที่ให้นางสนมมาอาบน้ำรวมกัน บริเวณอาคารก็มีห้องซาวน่า และห้องสำหรับสุลต่านเอาไว้แอบดูนางสนมด้วย.....

.....หลังจากนั้นเราจะไปกันต่อที่ไฮไลท์ของเมืองยอกยาการ์ตา นั่นก็คือมหาสถูปบุโรพุทโธ หรือ บรมพุทโธ (Chandi Borobudur) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในภาคกลางของเกาะชวา บุโรพุทโธ ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร เป็นสถูปแบบมหายาน สันนิษฐานว่าสร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 7-9 เชื่อกันว่าแผนผังของบุโรพุทโธคงหมายถึง “จักรวาล” ในปีพ.ศ. 2534 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้บุโรพุทโธเป็นมรดกโลกอีกด้วย.....

 

…..ไม่น่าเชื่อเลยว่าวันนี้เป็นเช้าวันที่ห้าของการเดินทางแล้ว แต่เรายังคงเหลืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญนั่นก็คือวัดพรามนันต์ เป็นศาสนสถานของฮินดู ลัทธิไศวนิกาย โดยสันนิษฐานว่าผู้สร้างวัดนี้น่าจะเป็นพระเจ้าทักษา กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งสมัยชวาภาคกลาง ส่วนเหตุที่สร้างนั้นสันนิษฐานว่า สิ่งก่อสร้างทั้งหมดในเทวาลัยแห่งนี้น่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานบรรจุพระศพของกษัตริย์และสมาชิกในพระราชวงศ์  พื้นที่ของกลุ่มโบราณสถานพรามบานันต์ แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มครับ โดยส่วนที่สำคัญที่สุด คือ กลุ่มวัดพรามบานันต์นี่แหละครับ ในกลุ่มนี้มีปรางค์สูงใหญ่ 47 เมตร เป็นปรางค์ประธาน มีวิหารของพระพรหม และวิหารพระวิษณุ ขนาบซ้ายขวา ส่วนด้านหน้าพระปรางค์ เป็นวิหารที่ประดิษฐานโคนนทิ สัตว์พาหนะของพระศิวะ ในที่สุดวัดพรามนันต์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน ปี ค.ศ. 1991 เช่นกัน.....

…..ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกลา ในที่สุดก็ถึงเวลาที่พวกเราต้องโบกมือบ้ายบายประเทศอินโดนีเซียกันแล้วโดยที่เราจะเริ่มบินจากเมืองยอกยาการ์ตา ด้วยสายการบิน GARUDA INDONESIA เที่ยวบินที่ GA 207 ยอกยาการ์ตา – จาการ์ต้า เพื่อไปเปลี่ยนเครื่องกลับกรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินที่  GA864 จาการ์ต้า – กรุงเทพฯ พร้อมบริการอาหารค่ำสุดประทับใจ.....

>>>โอ๊ดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มและความประทับใจนะคับ……แล้วเราเจอกันโอกาสหน้ากับทัวร์ดี๊ดีของ Spirit of the world นะครับบบ….>>>OATEE<<<

 

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น