บันทึกนักเดินทาง

ทริปพม่า ตอน แอนเล็กสักการะ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว – วัดเจดีย์โบตาทาวน์ – เทพทันใจ – เทพกระซิบ

23 ธันวาคม 2558

ทริปพม่า–ย่างกุ้ง–หงสาวดี–พระธาตุอินทร์แขวน–สิเรียม–4วัน 3คืน

วันที่ 25 – 28 กันยายน 2557

พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว

วัดนี้เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความน่าสนใจของเมืองหงสาวดี และมีนักท่องเที่ยวนิยมมาชมกันมาก จุดเด่นของวัดนี้ก็คือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว หรือ พระนอนชเวตาเลียว ท่านอนเป็นแบบสีหไสยาสน์ (นอนอย่างราชสีห์) นอนหนุนหีบสมบัติ ตะแคงขวา เปิดตา โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาทเหมือนธรรมชาติ ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน เล่าขานว่าเป็นพระรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนก่อนเสด็จดับขัน ธปรินิพพาน ว่ากันว่าเป็นพระนอนที่ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามที่สุดในประเทศพม่า องค์พระมีความยาว 55 เมตร สูง 16 เมตร ถือเป็นพุทธบูชาสถานศักดิ์สิทธิ์ของเมืองหงสาวดี รองจากพระเจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา ถ้าเปรียบเทียบกับ พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี ในเมืองย่างกุ้งว่าเป็นพระนอนตาหวานแล้ว ต้องถือว่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ที่เมืองหงสาวดีแห่งนี้เป็นพระนอนยิ้มหวานค่ะ

พุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว

พุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว

ตำนานมีอยู่ว่า หลังจากที่พระเจ้าอลองพญาทรงปราบมอญราบคาบ เมืองหงสาวดีก็ถูกทิ้งร้าง พระพุทธไสยาสน์ไม่ได้รับการดูแลจนกลายเป็นกองอิฐจมอยู่ในโคกดิน จนถึงปี พ.ศ.2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงขุดพบพระนอนองค์นี้ จากนั้นปี พ.ศ.2491 หลังจากพม่าได้รับเอกราช ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง และได้ทาสีและปิดทองลงชาดใหม่ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ประวัติพระนอนชเวตาเลียว ถูกบันทึกเป็นภาพเขียนไว้ด้านหลังขององค์พระ เล่ากันว่า มีพระราชาองค์หนึ่งไม่เลื่อมใส ศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่ทรงลุ่มหลงในลัทธิบูชายักษ์ พระองค์ทรงได้สร้างรูปปั้นยักษ์ เพื่อกราบไหว้บูชา และบังคับให้ทุกคนในเมือง นับถือบูชาในลัทธิบูชายักษ์ รวมไปถึงพระโอรสของพระองค์ด้วย วันหนึ่งขณะที่พระราชาเสด็จไปประพาสป่า พร้อมกับพระโอรสนั้น พระโอรสได้ไปพบรักกับหญิงสาวชาวบ้าน จึงได้พานางกลับมาอยู่ด้วยกันที่วัง หญิงสาวนับถือพระพุทธศาสนา นางได้แอบอันเชิญพระพุทธรูปมาบูชาในวังด้วย อยู่มาวันนึงพระราชาทรงทราบเรื่องที่นางได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาบูชาในวังของ พระองค์ ทำให้พระองค์ทรงโกธรมาก สั่งให้นางเอาพระพุทธรูปไปทิ้ง และหันมาสักการะบูชาลัทธิยักษ์ มิฉะนั้นจะประหารชีวิตนาง นางจึงบอกกับพระราชาว่า ถ้าจะประหารชีวิตนาง ก็ทรงรับสั่งได้เลย เพราะนางเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนา ไม่มีทางจะมานับถือยักษ์ได้ พระราชาได้ฟังดังนั้นยิ่งทำให้โกรธมาก จึงสั่งให้ทหารจับนางมาประหารชีวิต เมื่อพระโอรสทรงรู้เรื่องก็ได้เข้ามาห้าม พระราชาจึงสั่งให้ประหารพระโอรสด้วย โดยให้มัดรวมกัน เพื่อประหารชีวิตต่อหน้ารูปปั้นยักษ์ ชาวเมืองผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแต่ถูกบังคับให้หันมาบูชายักษ์ เมื่อรู้ข่าวจึงพากันตั้งจิตอธิฐาน ว่าถ้าพระพุทธเจ้ามีจริง ขอให้คุ้มครองพระโอรสและคนรัก แคล้วคลาดจากการประหารชีวิตด้วยเถิด ทันใดนั้นเชือกที่ใช้มัดพระโอรสและคนรักของพระองค์ได้ขาดออกจากกัน และรูปปั้นยักษ์เกิดแตกกระจาย พังทลายลงมา ฝ่ายพระราชาทรงเห็นปาฎิหารย์ที่เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกผิดมาก และขอไถ่บาปด้วยการสร้าง พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ไว้เป็นเครื่องเตือนสติ และให้ชาวเมืองมาสักการบูชา และหันมานับถือพระพุทธศาสนานับแต่นั้นเป็นต้นมา

ตลาดหน้าพระนอนชเวตาเลียว

ตลาดหน้าพระนอนชเวตาเลียว

บริเวณหน้าทางขึ้นวัดพระนอนชเลตาเลียวแห่งนี้ ยังมีตลาดที่มีสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้ช็อปปิ้งกันด้วยค่ะ โดยมีสินค้า อาทิ เช่น ไม้แกะสลัก, ผ้าถุง, ผ้าโสร่ง, แป้งทานาคา และอื่นๆอีกมากมายค่ะ ซึ่งราคาจะถูกกว่าตลาดสก๊อตในย่างกุ้งอีกด้วยนะค่ะ ไหว้พระเสร็จแล้ว ก็มาช็อปปิ้ง ซื้อของฝากกันได้เลยค่ะ

 

 วัดเจดีย์โบตาทาวน์ – เทพทันใจ – เทพกระซิบ

เจดีย์โบตาทาวน์ หรือ เจดีย์โบตะตาว เป็นวัดในเมืองย่างกุ้งที่ นักท่องเที่ยวชาวไทยรู้จักกันดี รองจากเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์โบตาทาวน์ มีความหมายว่า “ เจดีย์ทหาร 1,000 นาย ” ตามตำนานเล่าว่า เมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมานั้น เมืองย่างกุ้งถูก ครอบครองโดยชาวมอญ โดยมีพระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์แห่งมอญ ได้ให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศาธาตุ ที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือจากประเทศอินเดียและมาขึ้นฝั่งเมือง ตะเกิง หรือ ดากอง (เมืองย่างกุ้งใน ปัจจุบันนั่นเอง) ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบตาทาวน์ไว้ พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ ก่อนนำไปบรรจุในพระมหาเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เจดีย์โบดาทาวน์จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มเมืองย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบดาทาวน์องค์เดิมพังเสียหาย จึงได้ทำการบูรณะองค์พระเจดีย์ขึ้นมาใหม่ แต่ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบพบของมีค่าหลายอย่างภายในองค์เจดีย์ รวมถึงผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ จึงบูรณะเจดีย์โบตาทาวน์องค์ใหม่ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2496 โดยโครงสร้างใหม่ทำฐานเจดีย์ให้มีช่องซิกแซกคล้ายกับเขาวงกต ภายในสีทองอร่ามสวยงาม และนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ ทำให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด

เจดีย์โบตาทาวน์ และภายในเจดีย์มีพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส

เจดีย์โบตาทาวน์ และภายในเจดีย์มีพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส

นอกจากนี้ยังมี พระพุทธรูปทองคำ ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามจึงได้เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยที่สุดในเมืองย่างกุ้ง ตามประวัติเล่าต่อกันมาว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษได้มีการเคลื่อนย้ายไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์ วิกตอเรียและแอลเบิร์ตในประเทศอังกฤษ ทำให้รอดพ้นจากระเบิดที่ถล่มเมืองมัณฑะเลย์ จากนั้นเมื่อพม่าได้เอกราช อังกฤษก็ได้ส่งคืนมาให้ และนำมาประดิษฐานในวิหารด้านขวามือของเจดีย์โบตาทาวน์

พระพุทธรูปทองคำ

พระพุทธรูปทองคำ

ทางด้านซ้ายมือของเจดีย์โบตาทาวน์ ยังมีวิหารกลางน้ำของ นัตโบโบจี หรือที่ชาวไทยเรียกว่า เทพทันใจ ซึ่งชาวมอญและพม่านิยมมากราบไหว้บูชา คำว่า “ นัต ” ของพม่า หมายถึง เทพต่างๆเหมือนของคนไทยที่คอยอวยพร ให้โชค ให้ลาภ ปกปักคุ้มครองกับผู้ที่มาขอพร แต่ตำนานของนัตพม่าจะมีเรื่องราวที่แตกต่างกันคือ ก่อนพม่าจะได้ชื่อว่าเป็นชาติที่นับถือศาสนาพุทธ นิกายเถรวาทอย่างเคร่งครัดที่สุดในโลกนั้น ได้นับถือลัทธิภูต ผี วิญญาณ ซึ่งมีอิทธิพลกับชาวพม่าสูงมากมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ชาวพม่าก็ยังคงกราบไหว้ นัตควบคู่กันไปด้วย เพราะเชื่อกันว่าเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของผู้ตายที่ตายโหง ซึ่งต่อมากลายเป็นที่พึ่งพาทางจิตใจของชาวบ้าน นัตจึงมีสถานะกึ่งผีกิ่งเทวดา คือ มีระดับสูงกว่าผีทั่วไป แต่ไม่สูงกว่าเทวดา จึงมีข้อสันนิษฐานว่า นัต ในภาษาพม่าน่าจะมาจากคำว่า นาถ ในภาษาบาลี ที่แปลว่า ที่พึ่ง ปัจจุบันชาวพม่ายังนับถือ นัตควบคู่ไปกับศาสนาพุทธ ยังมีประเพณีบวงสรวงบูชาผีนัตให้เห็น การแสดงศิลปวัฒนธรรมของพม่าก็ยังต้องขึ้นต้นด้วยการรำถวายผีนัต กล่าวได้ว่าคติความเชื่อเรื่องนัตของชาวพม่าใกล้เคียงกับชาวฮินดูบนเกาะ บาหลี ที่กราบไหว้บูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และบวงสรวงบูชาภูตผีไปพร้อมๆกัน เป็นการสร้างดุลยภาพของโลกระหว่างผีกับเทวดา ชาวพม่ามีความเชื่อกันว่าไม่ว่าจะสร้างเจดีย์ที่ไหนก็ตาม จะต้องมีเทพคอยคุ้มครองดูแลเจดีย์ และเทพทันใจ เป็นเทพที่คุ้มครองเจดีย์โบตาทาวน์นั่นเอง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้ขอพรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวไทย เพราะเชื่อกันว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจคะ

วิธีสักการะเทพทันใจ จะมีเครื่องบูชาประกอบไปด้วยมะพร้าว กล้วย ใบชัยชนะ ผ้าคล้องคอ ร่มฉัตรกระดาษ ดอกไม้ อยู่ในตะกร้า เป็นสิ่งที่ใช้สักการบูชาเทพทันใจ โดยจะมีเจ้าหน้าที่นำสวดมนต์ และจากนั้นก็ถวายเครื่องบูชา และให้นำเงินธนบัตรขึ้นมา 2 ใบ เป็นเงินไทย 1 ใบ และเงินพม่า 1 ใบก็ได้ ม้วนเป็นกรวยแหลม และหักปลายของธนบัตรด้วย เชื่อว่าไม่ให้เงินรั่วไหล เสร็จแล้วสอดไปในมือของเทพทันใจ และนำหน้าผากมาแตะที่ปลายนิ้วของเทพทันใจพร้อมอธิษฐาน 1 ข้อ เสร็จแล้วจึงดึงนำธนบัตรออกมาทั้ง 2 ใบ ธนบัตรใบที่เป็นเงินไทยให้เก็บเป็นเงินขวัญถุงของเรา เพื่อความเป็นสิริมงคล และธนบัตรใบที่เป็นเงินพม่าให้หยอดลงตู้บริจาคของวัดเพื่อทำบุญ จากนั้นคนทำพิธีจะให้ใบชัยชนะแก่เรามากราบไหว้ด้วย และให้เรานำผ้า ในตะกร้าชุดบูชาออกมา ถวายด้วยการคล้องคอของเทพทันใจ เป็นอันเสร็จพิธีคะ

วิหารเทพทันใจ

วิหารเทพทันใจ

ด้านหน้าวัดเจดีย์โบตาทาวน์ ยังมีวิหารของ เมี๊ยะนานหน่วย หรือ เทพกระซิบ ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามอีกด้วย ถือเป็นนัตองค์หนึ่ง ตามตำนานเล่าว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ตอนเป็นมนุษย์นางได้รักษาศีล ไม่กินเนื้อสัตว์ จนเมื่อสิ้นชีวิตไปจึงกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้เป็นเวลาช้านานมาแล้ว

วิหารเทพกระซิบ

วิหารเทพกระซิบ

วิธีสักการะเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ นำเครื่องบูชาไปวางถวาย เสร็จแล้วขอพรโดยการกระซิบที่ข้างหู เชื่อกันว่าถ้ากระซิบขออะไรแล้วจะสมหวังตามต้องการ แต่ไกด์ท้องถิ่นบางคนได้เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนไม่ได้มีการขอพรด้วยการกระซิบ ที่ข้างหูแบบนี้ แต่เป็นเพราะมีนักท่องเที่ยวมากราบไหว้ขอพรเยอะ และส่งเสียงดัง จึงมีป้ายมาติดไว้ว่าห้ามส่งเสียงดัง ไกด์ทัวร์จึงบอกให้ลูกทัวร์ว่าให้กระซิบขอพรเบาๆ ทำไปทำมาก็เลยกลายเป็นว่าต้องไปกระซิบที่ข้างหูของเทพ เพราะกลัวท่านไม่ได้ยิน และกลัวไม่สมหวังดั่งที่ขอไว้ จึงกลายเป็นธรรมเนียมที่ทำต่อกันมาเรื่อยๆจนคนพม่าก็ทำตามกันด้วยคะ

 

 

 เขียนโดย แอนเล็กค่ะ

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น