บันทึกนักเดินทาง

ฮานอย ฮาลอง 3 วัน 2 คืน 12–14 เมษายน 2557

23 ธันวาคม 2558

“ซินจ๋าว” สวัสดีเวียดนาม หลังจากนั่งเครื่องบินกันมาเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ล่วงเลยเป็นเวลากว่า 16.00 น. แล้ว เราก็ได้เดินทางมาถึงสนามบินนอยไบ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามแล้วค่ะ

page1

หลัง จากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋าเดินทางกันเสร็จแล้ว เราก็เดินทางกันอีก กว่า 3 ชั่วโมง กับระยะทาง 160 กิโลเมตร เพื่อเดินทางไปยัง “ฮาลอง”  ซึ่งอ่าวฮาลองตั้งอยู่ในจังหวัดกว่างนิงห์ (Quang Ninh) ตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงฮานอย เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ยทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ใกล้ชายแดนติดต่อกับประเทศจีน มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตารางกิโลเมตร และมีชายฝั่งยาว 120 กิโลเมตร

เมื่อเดินทางมาถึงฮาลอง  ก็มืดแล้ว หลายๆ ท่านอาจจะหิวแล้ว  ให้ทุกท่านได้รับประทานอาหารเย็นที่ร้าน Minh Anh

page2

อิ่ม กันแล้ว ได้เวลาช้อปปิ้งแล้วค่ะ  นำท่านช้อปปิ้งที่ไนท์มาเก็ตที่เมืองฮาลอง โดยสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าพื้นเมือง เช่น กระเป๋า ไม้แกะสลัก เสื้อผ้า

page3

เหนื่อยกับการช้อปปิ้ง ได้เวลาพักผ่อนแล้วค่ะ คืนนี้เราพักกันที่โรงแรม BMC THANG LONG HOTEL นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

page4

วันนี้เรามีโปรแกรมล่องเรืออ่าวฮาลองกันค่ะ

page5

 

 

เรือ ที่ใช้ล่องรอบอ่าวฮาลอง เป็นเรือ 2 ชั้น ด้านบนสามารถขึ้นไปชมวิว ทิวทัศน์รอบอ่าวฮาลองและถ่ายรูปได้ อ่าวฮาลอง หมายถึง อ่าวที่มังกรโบราณเคยมาร่อนลงในอ่าวนี้เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ ท่านจะได้สัมผัสจากความงดงามและสมบูรณ์ของอ่าวฮาลอง จนทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์การยูเนสโก้เมื่อปี พ.ศ. 2537 สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ได้แต่งแต้มด้วยเกาะหินปูนรูปร่างแปลกตา นับพันเกาะ สลับซับซ้อนเรียงตัวกันอย่างสวยงาม  ผ่านเกาะต่างๆ ที่มีรูปร่างแปลกตา ลักษณะทั่วไปของอ่าวฮาลองนั้นประกอบไปด้วยเกาะเล็ก เกาะน้อยจำนวนกว่า 1,000 เกาะ

page6

นำท่านชม ถ้ำนางฟ้า ชม หินงอกหินย้อยภายในถ้ำที่ประดับตกแต่งด้วยแสงสีสวยงาม หินแต่ละก้อนจะมีลักษณะคล้ายกับรูปสัตว์ตามแต่ท่านจะจินตนาการ ใช้เวลาในการเดินทางชมถ้ำค่อนข้างนาน ภายในถ้ำมีทั้งทางราบและชันเนินตามซอกหินมีขึ้นลงบันได ระยะทางค่อนข้างไกลและเดินค่อนข้างเยอะ

page7

ระหว่าง ทางล่องเรือกลับจะพบเห็นกระชังปลา ที่ชาวประมงสร้างแพและกะชังไว้สำหรับเลี้ยง กุ้ง หอย ปู ปลา เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว และสามารถเลือกซื้ออาหารทะเลสดๆ และให้พ่อครัวประกอบอาหารให้ได้เลยค่ะ

page8

เรา ยังพบกับอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของอ่าวฮาลอง อีกจุดหนึ่งนั่นคือ เกาะไก่จูบกัน ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของอ่าวฮาลองเลยทีเดียว ซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆ หันหน้าเข้าหากัน ลักษณะคล้ายกันไก่

page9

มื้อเที่ยงนี้เรารับประทานอาหารกลางวันบนเรือกับเมนูซีฟู๊ด เรียกว่า บรรยากาศ วิวทัศน์ดีระหว่างรับประทานอาหารเลยค่ะ

page10

หลัง จากสัมผัสบรรยากาศบนเรือพอสมควร ถึงเวลาเราต้องกลับสู่เมืองฮานอย ซึ่งใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทางแวะร้านผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากเยื่อไผ่ มีหลาหลายชนิดให้ท่านเลือกเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟัน ผ้าขนหนู หมอน เสื้อผ้าสำเร็จรูป และอีกหลายอย่าง

page11

page12

ถึงเมืองฮานอย ชม ทะเลสาบคืนดาบ ที่สวยงามและมีประวัติเก่าแก่มาคู่กับเมืองฮานอย พาท่านข้าม สะพานแสงอาทิตย์ หรือ สะพานเทฮุก มีลักษณะ เป็นสะพานไม้สีแดง มีความหมายว่า สะพานแสงอาทิตย์ยามเช้า สู่กลางทะเลสาบคืนดาบ สักการะ วัดหง็อกเซิน หรือ วัดเนินหยก เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้แด่เฉิน ฮัง โด๋ว ผู้นำการต่อต้านราชวงศ์หยวนเมื่อศตวรรษที่ 13 และในเวลาต่อมา วัดหง็อกเซินได้รับการซ่อมแซมในปี พ.ศ.1864 โดยปราชญ์ลัทธิขงจื้อ ชื่อ หวัน เซิง และ เหงียน หวัน ซุย ภายในประกอบด้วยศาลเจ้าโบราณ และ เต่าสต๊าฟ ขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อว่า เต่าตัวนี้ คือ เต่าศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 2 ตัวที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้มาเป็นเวลาช้านานpage13

ภาพแสดงทางเข้าวัดเนินหยก

page14

ด้านหน้าศาลเจ้าภายใน วัดเนินหยก

page15

เต่าสตาฟที่พบภายในทะเลสาบ

page16

ภายในวัด

เราก็ไม่พลาดที่จะช้อปปิ้ง ถนนเก่า 36 สาย หรือ Old Quarter แหล่ง ขายของที่ระลึก และสินค้าพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเมืองฮานอย โดยถนนแต่ละสายจะขายสินค้าที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมสินค้า โอท๊อป เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ อาหารทะเลแห้ง และผลไม้อีกมากมาย สินค้าก็คล้ายๆ กันที่ไนท์มาเก็ตฮาลอง

page17

มา ถึงเวียดนามแล้ว เราต้องไปชมศิลปะที่มีชื่อเสียงประจำชาติ นำท่านมาชมโชว์หุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งแสดงเรื่องราวต่างๆ เช่น เรื่องเล่าเกี่ยวกับเต่าใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมที่ฮานอย เต่าตัวนี้จะโผล่ขึ้นมาถวายดาบแก่พระเจ้าเลไทโต ซึ่งพระองค์ต้องการนำไปใช้ขับไล่ผู้รุกรานชาวจีน และเล่าเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ในชนบท เช่น การเพาะปลูก การเกี่ยวข้าว การประมง การแข่งเรือ เป็นต้น

page18

page19

คืนนี้เราพักที่โรงแรม CWD HOTEL  นอนหลับฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ

page20

เช้าวันนี้เราเข้าวัดเสริมบารมีกับอีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียงค่ะ วัดเฉินก๊วก Chua Tran Quoc ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเวียดนาม เป็นวัดในพุทธศาสนาสไตล์เวียดนาม  ที่อยู่ติดกับทะเลสาบโฮไต (Ho Tay) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 โดยกษัตริย์  Ly Nam De โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงสูงสีแดง ไล่ระดับเป็นชั้นๆขึ้นไปประมาณ 10 ชั้น  และมีชายคายื่นออกมาคลุมเจดีย์แต่ละชั้น คล้ายๆกับเจดีย์ของญี่ปุ่น แต่ละชั้นมีพระพุทธรูปสีขาวประดิษฐานอยู่ในช่องรอบเจดีย์ แต่ละชั้น ของเจดีย์เป็นที่บรรจุอัฐิของพระที่เป็นเจ้าอาวาสของวัดแห่งนี้  และยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ ที่เป็นของขวัญจากอินเดียปลูกไว้ด้วย

page21

ต่อด้วย ทำเนียบประธานาธิบดี ตั้ง อยู่ทางด้านหลังของสุสานประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เป็นอาคารสีเหลืองในสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1901 ที่นี่เป็นสถานที่ทำงานของประธานาธิบดีโฮจิมินห์เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันเป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง นอกจากความสวยงามของตัวอาคารแล้ว ภายในบริเวณยังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์

page22

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่เราต้องถ่ายรูปเพื่อแสดงให้เห็นว่ามาถึงฮานอยแล้ว สุสานโฮจิมินห์  เป็นอาคารสุสานสร้างด้วยหินอ่อน หินแกรนิต และไม้ สุสานนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1973 หลังจากโฮจิมินห์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1969

page23

บ้านพักโฮจิมินห์ ด้าน หลังทำเนียบมีบ้านไม้หลังเล็กๆ ซึ่งลุงโฮใช้เป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ใต้ถุนบ้านเล็กๆ หลังนี้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ ที่โฮจิมินห์ใช้เป็นที่ประชุมคณะกรรมการโปลิตบุโร กับนายทหารคนสำคัญๆ วางแผนการรบกับทหารสหรัฐอเมริกาในสงครามเวียดนาม ข้างบนบ้านเป็นห้องหนังสือและห้องนอนของโฮจิมินห์ซึ่งอยู่อย่างสมถะและเป็น โสดมาตลอดชีวิต

page24

เจดีย์เสาเดียว ตั้งอยู่ใกล้บ้านพักลุงโฮ ชาวเวียดนามเรียกว่า จั่วโมดโกด เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 10  ปี ค.ศ. 1049 สมัยราชวงศ์หลี  เป็นเจดีย์ไม้ที่งดงาม  ศาลานี้อยู่กลางสระบัวรูปสี่เหลี่ยม ภายในศาลาประดิษฐานรูปเจ้าแม่กวนอิม ปางสิบกร ด้านหลังเจดีย์มีต้นไทรที่ปลูกโดยประธานาธิบดีเนห์รูแห่งประเทศอินเดีย ในปี ค.ศ.1958 เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในฮานอย

page25

สถานที่สุดท้ายสำหรับทริปนี้  วิหารวรรณกรรม หรือ ภาษาเวียดนามเรียกว่า วันเหมียว (Van mieu) สร้างใน ค.ศ. 1070 สมัยพระเจ้าหลีไทโตง อุทิศให้แด่ขงจื้อ ภายในวัดประกอบด้วย ป้ายหินประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านเป็น จองหงวน ศาลเทพเจ้าขงจื้อ และสานุศิษย์ ภายในประดิษฐานแผ่นหินจารึกรวม 82 แผ่นหลงเหลือจากของเดิมที่มีอยู่ถึง 117 แผ่น แผ่นหินเหล่านี้จะตั้งอยู่บนหลังเต่าทำด้วยหิน จารึกชื่อ ผลงาน ประวัติทางวิชาการของผู้ที่สอบผ่านการศึกษาหลักสูตร 3 ปี ระหว่างปีพ.ศ.1985-2322 หลายคนจึงเรียกว่า “แผ่นหินจารึกชื่อจอหงวน” ปัจจุบันเป็นวัดที่นักเรียน นักศึกษาเวียดนามมาขอพรในการสอบ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศเวียดนาม

page26

page27

อาหารมื้อสุดท้ายทุกท่านจะได้อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ QUOCTE เป็นบุฟเฟต์นานาชาติ ให้ท่านได้อร่อยกันอย่างเต็มที่ค่ะ

page28

 

ได้เวลากลับกรุงเทพฯ แล้วค่ะ โดยสายการบินการ์ต้าแอร์เวย์ เวลา 16.20 น. และเราเดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพในเวลา 18.20 น.

 

 

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

    ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารของเราเพื่อรับข้อเสนอหรือโปรโมชั่น